วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

THAI : หุ้น Laggard กลุ่มท่องเที่ยว

คงคำแนะนำ "ซื้อ" : เราคาดว่า บริษัทการบินไทย หรือ THAI จะรายงานกำไรสุทธิ 6-7 พันล้านบาทในไตรมาส 1/56

(เทียบกับกำไรสุทธิ 3.7 พันล้านบาทในไตรมาส 1/55 และ 2.3 พันล้านบาทในไตรมาส 4/55) แข็งแกร่งสุดในกลุ่มขนส่งทางอากาศ โดยได้รับปัจจัยหนุนจากกำไรจากการดำเนินธุรกิจปกติ 2 พันล้านบาท และกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 4-5 พันล้านบาท

เราปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 2556 ของ THAI เพิ่มขึ้นจาก 4 พันล้านบาท เป็น 8 พันล้านบาท เพื่อสะท้อนถึงกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนจำนวนมากในไตรมาส 1/56

ส่งผลทำให้ราคาเป้าหมายระยะ 12 เดือนปรับเพิ่มขึ้นเป็น 35 บาท (จาก 30 บาท) โดยอิงกับ PBV 1 เท่า (เทียบกับ PBV เฉลี่ย 10 ปีของบริษัทที่ 1.1 เท่า) เราชอบ THAI เพราะผลการดำเนินงานของบริษัทปรับตัวดีขึ้น ราคาหุ้นยังปรับขึ้นน้อยเมื่อเทียบกับหุ้นอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว และ Valuation น่าดึงดูด ปัจจัยกระตุ้นราคาหุ้นระยะสั้นอีกอย่างหนึ่ง คือ การนำนกแอร์ (ปัจจุบัน THAI ถือหุ้นอยู่ 49%) เข้าจดทะเบียนซื้อขายในตลาดฯ ภายใน 2-3 เดือนข้างหน้านี้

ผลการดำเนินงานปรับตัวดีขึ้นตั้งแต่ต้นปี 2556 ถึงปัจจุบัน : Cabin Factor ของ THAI เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 79% ในเดือน ม.ค. และ 80% ในเดือน ก.พ. จาก 78% ในไตรมาส 1/55 และ 76% ในไตรมาส 4/55 ยอดจองตั๋วโดยสารล่วงหน้าอยู่ที่ 80% ในเดือน มี.ค. 70% ในเดือน เม.ย. และ 67% ในเดือน พ.ค. ส่งสัญญาณถึง Cabin Factor ที่แข็งแกร่งในอนาคต Passenger Yield ในไตรมาส 1/55 น่าจะอยู่ที่ระดับ 2.8 บาท/RPK (เทียบกับ 2.76 บาท/RPK ในไตรมาส 1/55 และไตรมาส 4/55)

ต้นทุนค่าน้ำมันยังไม่น่าเป็นห่วง เนื่องจากราคาน้ำมันยังค่อนข้างทรงตัวมาตั้งแต่ต้นปีนี้ และ THAI ก็ทำสัญญาป้องกันความเสี่ยงราคาน้ำมันในปี 2556 ไว้แล้ว ~70% (68% ในช่วงครึ่งแรกปี 56 และ 71% ในช่วงครึ่งหลังปี 56)

ได้ประโยชน์สุทธิจากเงินบาทแข็งค่า THAI : มีแนวโน้มได้ประโยชน์จากการแข็งค่าของเงินบาท โดยหลักๆ เกิดจากหนี้สินสกุลเงินต่างประเทศของบริษัท นอกจากนี้บริษัทยังมีรายได้เป็นสกุลเงินต่างประเทศด้วย ดังนั้น THAI คาดว่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น 1% จะส่งผลกระทบทำให้กำไรจากการดำเนินธุรกิจปกติลดลง 34 ล้านบาท/เดือน แต่จะถูกชดเชยมากเกินพอจากกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 7.4 หมื่นล้านบาทที่เกิดจากเงินกู้สกุลเงินต่างประเทศหลังสัญญา SWAP (5.4 หมื่นล้านบาทในสกุลยูโร 1.8 หมื่นล้านบาทในสกุลเยน และ 1.5 พันล้านบาทในสกุลดอลลาร์) ณ เดือน ก.พ. 2556 ทั้งนี้เมื่ออิงกับเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินต่างประเทศมาตั้งแต่ต้นไตรมาส 1/56 ถึงปัจจุบัน เราคำนวณผลกระทบต่อกำไรปกติได้ที่ -700 ล้านบาท แต่จะมีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 4-5 พันล้านบาท

พัฒนาการในปี 2556 : ในปี 2556 THAI จะมุ่งเน้นปรับเส้นทางบินอย่างต่อเนื่อง โดยเปลี่ยนจากเส้นทางที่สร้างผลขาดทุนบางเส้นทางมาบินในเส้นทางที่สามารถทำกำไรได้เพิ่มมากขึ้นในภูมิภาคเอเชีย (42% ของเส้นทางบินทั้งหมดในปี 2555 เทียบกับ 39% ในปี 2554) โดยเฉพาะในญี่ปุ่น จีน รัสเซีย และอินเดีย นอกจากนี้บริษัทก็ตั้งเป้าปรับปรุงระบบจำหน่ายตั๋วโดยสารให้ดีขึ้น โดยจะเพิ่มการขายทางอินเทอร์เน็ตจากปัจจุบันที่ 8% ของยอดขาย เป็น 15% ในระยะยาว การปรับปรุงผลิตภัณฑ์จะเห็นได้จากการรับมอบเครื่องบินใหม่และการเสร็จสิ้นโครงการปรับปรุงห้องโดยสารและผลิตภัณฑ์บริการบนเครื่องบินในช่วงกลางปี 2556 พัฒนาการเหล่านี้น่าจะช่วยหนุนให้ Cabin Factor และ Passenger Yield ปรับตัวดีขึ้นได้ในช่วงที่เหลือของปีนี้

หุ้น Laggard Play ที่มี Valuation ต่ำ : THAI เป็นหุ้น Laggard Play มากที่สุดในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว โดยในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา ราคาหุ้น THAI ปรับตัวเพิ่มขึ้น 10% เทียบกับหุ้นขนส่งทางอากาศอื่นๆ (AOT +113% และ AAV +95%) หุ้นโรงแรม (CENTEL +200% ERW +115% MINT +84%) และ SET (+30%) THAI เป็นหนึ่งในหุ้นสายการบินที่มีราคาถูกสุดเมื่อเทียบกับหุ้นสายการบินอื่นๆ ในตลาดภูมิภาค โดยเทรดที่ PBV ปี 2556 ระดับ 0.8 เท่า (เทียบกับค่าเฉลี่ยของกลุ่มที่ 1.0 เท่า) และ EV/EBITDA ปี 2556 ระดับ 6 เท่า (เทียบกับค่าเฉลี่ยของกลุ่มที่ 9 เท่า) ปัจจัยบวกที่จะช่วยกระตุ้นราคาหุ้นในระยะสั้น ได้แก่ ช่วง HIGH SEASON ของธุรกิจในไตรมาส 1/56