วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

สมาคมตราสารหนี้ประเมินกนง.คงดอกเบี้ย

ประธานสมาคมตราสารหนี้ ระบุการประชุมกนง.วันนี้ (3 เม.ย.) คาดการณ์ว่า แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยจะคงที่ เนื่องจากเศรษฐกิจไทยปัจจุบันเติบโตได้ดี

นายบัณฑิต นิจถาวร ประธานสมาคมตราสารหนี้ไทย กล่าวว่า ในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) วันนี้ ส่วนใหญ่คาดหวังว่าแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยจะทรงตัว เนื่องจากเศรษฐกิจไทยปัจจุบันเติบโตได้ดี ไม่มีความจำเป็นที่ต้องใช้นโยบายดอกเบี้ยในการกระตุ้น

นอกจากนี้รัฐบาลยังมีแผนลงทุนโครงสร้างพื้นฐานจำนวนมาก ซึ่งเป็นตัวกระตุ้นเศรษฐกิจได้โดยธรรมชาติอยู่แล้ว ความเสี่ยงหลังจากนี้จึงอยู่ที่เศรษฐกิจอาจจะเติบโตร้อนแรงเกินไป ภาวะเงินเฟ้อเร่งตัวขึ้น แนวคิดนโยบายการเงินจึงควรมองกลับทาง จากลดดอกเบี้ย เป็นปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยมากกว่า

พิจารณาภาพรวมศก.

"คณะกรรมการกนง.คงต้องดูหลายปัจจัยประกอบกันในการพิจารณานโยบายดอกเบี้ย แต่การตัดสินใจสุดท้าย จะดูภาพรวมเศรษฐกิจมากกว่า ถ้าเศรษฐกิจโต เงินเฟ้อก็คงต้องปรับขึ้น ซึ่งไม่แน่ใจว่าจะเป็นช่วงใด จากตัวเลขเงินเฟ้อในเดือนที่ผ่านมาที่ปรับลดลง คงช่วยชะลอการปรับขึ้นดอกเบี้ยได้บ้าง"

ส่วนผลกระทบต่อภาวะการลงทุนในตลาดตราสารหนี้นั้น เชื่อว่าไม่ค่อยมีผลกระทบ เพราะอัตราดอกเบี้ยของไทย ก็คงเป็นไปในทิศทางเดียวกันกับตลาดโลก นอกจากนี้ในการเข้ามาลงทุนในตลาดตราสารหนี้ของนักลงทุนต่างชาติ มองภาวะเศรษฐกิจไทย และความเสี่ยงเรื่องการชำระหนี้ของภาครัฐเป็นหลัก หากเศรษฐกิจมีการเติบโตในระดับที่เหมาะสม กระแสเงินทุนก็ต้องอยากเข้ามา แต่ถ้าโตร้อนแรงเกินไป ก็มีความเสี่ยง อย่างไรก็ตามทั้งภาวะเศรษฐกิจ และภาวะเงินเฟ้อของไทยในปัจจุบันอยู่ในระดับที่สบายใจ

นายนิวัฒน์ กาญจนภูมินทร์ กรรมการผู้จัดการ สมาคมตราสารหนี้ไทย กล่าวว่า ในช่วงไตรมาส 1 ของปีนี้ ตลาดตราสารหนี้ไทยเป็นที่สนใจของนักลงทุนต่างชาติ โดยต่างชาติซื้อสุทธิกว่า 2.81 แสนล้านบาท ส่งผลให้ยอดการถือครองตราสารหนี้ของนักลงทุนต่างชาติไตรมาส มาอยู่ที่ 8.5 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 20% จากสิ้นปี 2555

ทั้งนี้ส่วนใหญ่หรือ 73% เป็นการถือครองตราสารหนี้ระยะยาว และอีก 27% เป็นการถือครองตราสารหนี้ระยะสั้น จึงเห็นได้ว่านักลงทุนต่างชาติเข้ามาลงทุนในตราสารหนี้ระยะยาวมากขึ้น จากเมื่อก่อนการถือครองตราสารหนี้ระยะยาวจะอยู่ที่ 50%

ไตรมาส2ทุนนอกยังไหลเข้า

"ช่วงไตรมาส 2 แนวโน้มกระแสเงินทุนต่างชาติ น่าจะยังคงไหลเข้ามาลงทุนในตลาดตราสารหนี้ไทยต่อเนื่องจากสภาพคล่องในต่างประเทศที่มีจำนวนมาก แต่อาจจะมีการชะลอตัวบ้างครั้งคราวหากมีข่าวการออกมาตรการต่างๆ ซึ่งกระทบจิตวิทยาการลงทุน"

ในทางปฏิบัติไม่กลัวว่าเม็ดเงินจะไหลเข้าตลาดตราสารหนี้ไทยมากเกินไป แต่กลัวการไหลออกมากกว่า เพราะปัจจุบันสัดส่วนการลงทุนในตลาดตราสารหนี้ของนักลงทุนต่างชาติมีแค่ 10% ขณะที่สัดส่วนการลงทุนในตลาดหุ้นของต่างชาติอยู่ที่ 30-40%

ปัจจัยที่มีผลต่อผลตอบแทนและภาวการณ์ซื้อขายตราสารหนี้ในช่วงที่เหลือของปีนี้ คือ พ.ร.บ.เงินกู้ 2 ล้านล้านบาทของรัฐบาล ตัวเลขเศรษฐกิจไทย และการดำเนินนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) ส่วนปัจจัยต่างประเทศ คือ การไหลข้าวของเงินต่างชาติ และความวุ่นวายในกลุ่มยูโร การฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐ

การออกหุ้นกู้ภาคเอกชนในช่วงไตรมาส 1 มีมูลค่าเพียง 4.36 หมื่นล้านบาท ลดลง 70% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากกลุ่มธนาคารพาณิชย์ที่เคยเป็นผู้ออกหุ้นกู้ในปริมาณมาก ไม่มีการออกหุ้นกู้ในปีนี้

สมาคมฯยังคงเชื่อว่าการออกหุ้นกู้ภาคเอกชนในปีนี้จะเป็นไปตามเป้าที่ตั้งไว้ 3.5 แสนล้านบาท เนื่องจากในช่วงที่เหลือของปี จะมีหุ้นกู้เดิมครบกำหนดไถ่ถอนประมาณ 2 แสนล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะมีการออกใหม่เพื่อทดแทนทั้งหมด นอกจากนี้ด้วยสถานการณ์ดอกเบี้ยที่มีแนวโน้มคงที่ คาดน่าจะมีการออกหุ้นกู้เพิ่มประมาณ 1-1.2 แสนล้านบาท

ด้านศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจทีเอ็มบี หรือ TMB Analytics มองว่า การประชุมคณะกรรมการกนง. วันนี้ (3 เม.ย.) ศูนย์วิเคราะห์ฯ ประเมินว่า ทิศทางการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจโลกไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปจากการประชุมครั้งก่อนอย่างมีนัยสำคัญ อีกทั้งผลกระทบโดยแท้จริงจากการแข็งค่าของค่าเงินบาทต่อผู้ส่งออกไทยอาจไม่ได้รุนแรงอย่างที่หลายฝ่ายเป็นกังวล ทำให้คาดว่า กนง. จะมีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 2.75% เพราะยังมีความเหมาะสมต่อเสถียรภาพของเศรษฐกิจไทยต่อไป