เตือนปัจจัยเสี่ยงไซปรัสจุดเปราะบางเศรษฐกิจโลก ความผิดพลาดกลุ่มทอยกร้าแก้ปัญหาไซปรัส กดดันตลาดหุ้น-ตราสารหนี้ทั่วโลกป่วน กระทบส่งออกไทย
นายปิยะศักดิ์ มานะสันต์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยเศรษฐกิจโลกและอุตสาหกรรม ธนาคารเกียรตินาคิน จำกัด (มหาชน) ให้สัมภาษณ์รายการ Morning News ในช่วงเช้าของวันนี้ (1 เม.ย.) ว่า ความเสี่ยงเศรษฐกิจโลกในช่วงไตรมาส 2 ของปีนี้ ให้น้ำหนักกับปัญหาวิกฤติการเงินในไซปรัสเป็นหลัก แม้นักวิเคราะห์มองว่าน่าจะจบแล้ว แต่ตนเชื่อว่าน่าจะยืดเยื้อออกไป เนื่องจากการแก้ปัญหาไซปรัสของกลุ่มทรอยก้า มีความผิดพลาด แม้จะให้เงินไซปรัสเพื่อนำไปใช้ในการแก้ปัญหาวิกฤติหนี้สาธารณะ
ทั้งนี้ ทรอยก้าได้ให้เงินไซปรัสไปใช้แก้ปัญหาวิกฤติหนี้สาธารณะ ภายใต้เงื่อนไขไซปรัสต้องมีการปรับโครงสร้างภาคธนาคาร มีการตั้งกู๊ดแบงก์ และแบดแบงก์ ในส่วนของกู้๊ดแบงก์คือ ธนาคารออฟไซปรัส ได้รับความช่วยเหลือเงิน 9 พันล้านลูโร โดยแลกกับการที่ผู้ฝากเงิน คนถือหุ้น และหุ้นกู้ ที่มีมูลค่ามากว่า 1 แสนยูโร ต้องถูกอายัดเงิน และในอนาคตอาจมีการแฮร์คัทหนี้ 40% ส่วนแบดแบงก์ นั่นก็คือ แบงก์ ไลกิ ก็ถูกอายัดเงินเช่นเดียวกัน
นอกจากนี้ ยังมีการออกมาตรการคุมเงินทุนเคลื่อนย้าย ซึ่งเรื่องนี้กระทบกับความเชื่อมั่นนักลงทุน
นายปิยะศักดิ์ กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวส่งผลกระทบ 2-3 ด้าน และถือเป็นความผิดพลาดของอียู 1.ส่งผลให้ผู้ฝากเงินขาดความเชื่อมั่นจากเดิมที่เคยคิดว่าการฝากเงินกับธนาคารพาณิชย์มีความปลอดภัย 2.ทำให้ถูกมองว่าประเทศที่เป็นสมาชิกได้รับการปฎิบัติไม่เสมอภาคกัน 3.อียูสนับสนุนเงินทุนเคลื่อนย้าย แต่กลับมีการคุมเงินทุนไหลออกไซปรัส
"การแก้ปํญหาไซปรัสของอียูในครั้งนี้ถือเป็นข้อผิดพลาดครั้งใหญ่"
สำหรับผลกระทบที่เกิดขึ้นจะทำให้เศรษฐกิจไซปรัสมีความตกต่ำต่อเนื่อง และอาจหดตัวกว่า 20% ในปีนี้ และอาจทำให้ตลาดเงิน ตลาดทุนมีความผันผวนมากขึ้น ขณะเดียวกันอาจทำให้ผู้ฝากเงินรายใหญ่ย้ายเงินออกจากยุโรป เพราะมองว่าอาจมีการอายัดเงินฝาก ในกรีซ อิตาลี หรือสเปน และอาจทำให้มีเงินไหลออก โดยที่ผ่านมามีเงินไหลออกไซปรัสประมาณ 8% ในช่วงเดือนมี.ค.
ส่วนผลกระทบเศรษฐกิจไทยในช่วงไตรมาส 2 นายปิยะศักดิ์ กล่าวว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นอาจทำให้ความต้องการซื้อ (ดีมานด์) แย่ลง และค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นอาจทำให้การส่งออกลดลง จากเดิมที่ธนาคารเกียรตินาคิดคาดการส่งออกในปีนี้จะขยายตัว 8% อาจทำให้เศรษฐกิจโตต่ำกว่าที่คาดไว้ที่ 4.5%






