ปรับเพิ่มราคาเป้าหมาย
ประเด็นการลงทุน
เราปรับราคาเป้าหมาย ณ สิ้นปี 2556 ของ SAMART เพิ่มขึ้นอีก 29% เป็น 33 บาท เพื่อสะท้อน 1) การปรับเพิ่มกำไรสุทธิและราคาเป้าหมายของ SIM เป็น 4.70 บาท 2) การปรับอัตราส่วน PER ที่ใช้อ้างอิงในการคำนวณมูลค่าพื้นฐานของธุรกิจอื่นๆ ของ SAMART เพิ่มขึ้นจาก 15 เท่าเป็น 19 เท่า เรายังคงคำแนะนำ ซื้อ จากเหตุผลของกำไรสุทธิปี 2556 ที่มีแนวโน้มเติบโตแข็งแกร่ง และอัพไซด์จากบริษัทสามารถเอ็นจิเนียริ่งที่มีแนวโน้มได้รับใบอนุญาตการให้บริการโครงข่ายดิจิตัลภายในไตรมาส 2/56 รวมถึงการเริ่มรับรู้รายได้จากการขายกล่องแปลงสัญญาณระบบทีวีดิจิตัลในช่วงครึ่งหลังของปี 2556 และในปี 2557 และมูลค่าเพิ่มที่จะมาจากงานโครงการใหญ่ภาครัฐสองโครงการของ SAMTEL ในปี 2556
ยอดขายสมาร์ทโฟนของ SIM มีแนวโน้มเติบโตมีนัยสำคัญในช่วงครึ่งแรกของปี 2556
เราคาดว่า SIM มีแนวโน้มขายเครื่องโทรศัพท์ได้จำนวน 9.1 แสนเครื่องในไตรมาส 1/56 ซึ่งคิดเป็นสมาร์ทโฟนจำนวน 4.55 แสนเครื่อง (เทียบกับ 3.4 แสนเครื่องในไตรมาส 4/55 และ 1,838 เครื่องในไตรมาส 1/55) เราคาดว่าราคาขายเครื่องเฉลี่ยในไตรมาส 1/56 มีแนวโน้มอยู่ที่ 2,556 บาท หรือเพิ่มขึ้น 114% YoY และ 17% QoQ เนื่องจากสัดส่วนของยอดขายสมาร์ทโฟนที่เพิ่มสูงขึ้นและการเปิดตัวเครื่องสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ “IQ6” ซึ่งมีราคาขายที่สูงขึ้น อัตรากำไรขั้นต้นมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเป็น 23% (จาก 21.6% ในไตรมาส 4/55 และ 17.1% ในไตรมาส 1/55) เราคาดว่า SIM มีแนวโน้มรายงานกำไรสุทธิไตรมาส 1/56 ที่ 180 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นก้าวกระโดด 634% YoY และ 117% QoQ เราประมาณการยอดขายเครื่องโทรศัพท์ที่ 1 ล้านเครื่องในไตรมาส 2/56 ซึ่งจะได้รับปัจจัยหนุนจากเครื่องสมาร์ทโฟนที่จะออกอีก 2 รุ่นได้แก่ Quad Core และ BSI Camera รวมถึงไตรมาสสองซึ่งถือว่าเป็นช่วงไฮซีซั่น ราคาขายเครื่องเฉลี่ยและอัตรากำไรขั้นต้นสำหรับไตรมาส 2/56 มีแนวโน้มใกล้เคียงกับไตรมาส 1/56






