วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ขาใหญ่ไล่ราคาหุ้นกลาง-เล็ก ดันดัชนีพุ่ง

เปิดข้อมูลย้อนหลัง 5 ปี พบดัชนีหุ้นไทยพุ่งกระฉูด วงในเผย "ขาใหญ่" ไล่ราคาหุ้นกลาง-เล็ก NVDR เริ่มมีผลต่อการชี้นำดัชนีน้อย

ตลาดหุ้นไทยที่ร้อนแรงในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ดัชนีปรับตัวลดลงกว่า 100 จุด ทำให้เกิดคำถามว่า...เกิดอะไรขึ้น แรงขายต่างชาติ หรือ "ขาใหญ่" ในตลาดหุ้นไทย

หากมองย้อนหลัง 5 ปีจะพบว่า ตลาดหุ้นไทยทะยานตัวต่อเนื่อง เริ่มจากปี 2552เดือนม.ค. อยู่ที่ 437 จุด ปี 2553อยู่ที่ 696.55 จุด ปี 2554 อยู่ที่ 964.1 จุด ปี 2555 อยู่ที่ 1,083.97 จุด และในเดือนม.ค.ปี 2556 อยุ่ที่ 1,474 จุด

...การลงทุนผ่านใบแสดงสิทธิในผลประโยชน์ที่เกิดจากหลักทรัพย์อ้างอิง ไทย หรือ NVDR มีอิทธิพลต่อความเคลื่อนไหวตลาดหุ้นไทยหรือไม่

"กรุงเทพธุรกิจออนไลน์" ร่วมหาคำตอบ และค้นความจริงว่า ท้ายที่สุดแล้วใคร? เป็นคนทุบหุ้น

และใครเป็นตัวผลักดันตลาด หรือล่าราคา เพื่อเป็นอีกช่องทางหนึ่งให้นักลงทุนรายย่อยได้รู้เท่าทัน ว่าเกิดอะไรขึ้นกับตลาดหุ้นไทย

เพื่อป้องกันไม่ให้ตกเป็นเหยื่อ "สงครามข่าวลือ" เหยื่อ จากการ "สร้างราคาหุ้น"

เพระต้องยอมรับว่า หลากหลายเรื่องราวที่ถูกมาหยิบยก สาเหตุการปรับตัวลดลงของตลาดหุ้น

บ้างบอกว่า สัญญาณเงินไหลออกแบบอ่อนๆ บ้างบอกว่าข่าว นายกสำรองฯ หลังนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ไม่ได้แจ้งบัญชีปล่อยกู้ 30 ล้านให้กับสามีนอกสมรส

บ้างบอกว่า เกิดจากความกังวลโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน (เมกะโปรเจค) 2 ล้านล้านบาท อาจสะดุด หลังพรรคประชาธิปัตย์เตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความ

ขณะเดียวกันยังมีความกังวลว่า ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะออกมาตรการคุมเงินทุนเคลื่อนย้ายหรือไม่
ส่วนปัจจัยต่างประเทศ ตลาดโฟกัสไปที่ปัญหาการแห่ถอนเงินฝากของไซปรัส ว่าท้ายที่สุดแล้วจะสามารถบรรลุข้อตกลงกับเจ้าหนี้ได้หรือไม่ แน่นอนว่าถ้าหากสะดุด อาจลามยูโรโซนได้

แหล่งข่าววงการโบรกเกอร์ เปิดเผยกับ "กรุงเทพธุรกิจออนไลน์" การซื้อสุทธิของ NVDR และ Foreign ในช่วงนี้ ไม่ได้มีผลทำให้ SET ขึ้นหรือลง แต่เป็นช่องทางของต่างชาติ หรือคนไทยที่ไปเปิดบัญชีในต่างประเทศ ที่จะใช้เป็นเครื่องมือเข้ามาเก็งกำไรในตลาดไทยโดยพรางตัวทำเป็นต่างชาติ โดยจะสังเกตว่าในระยะหลังหุ้นที่เป็น NVDR top buyer (20 ตัวแรก) ราคาที่เปลี่ยนแปลงไม่ใช่เป็นตัวขับเคลื่อนให้ SET ขึ้น แต่เป็นตัวขนาดกลางและเล็กมากกว่า แสดงว่าอาจไม่ใช่ต่างชาติจริงๆ อาจเป็นนักการเมืองหรือรายใหญ่มากกว่า


จากการเก็บรวบรวมข้อมูล NVDR ทั้งหมด (ตลาดหลักทรัพย์ จะประกาศ NVDR เป็นรายตัว พบว่า หากดูเผินๆ NVDR และ Foreign จะมีอิทธิพลต่อการขึ้นลงของ SET

แต่หากเราพิจารณาให้ลึกลงไปอีกพบว่าจริงๆแล้ว NVDR ไม่มีผลต่อ SET มากนัก หากคิดในแง่การเปลี่ยนแปลงจำนวนหุ้นของ NVDR ซึ่งพบว่าในช่วงหลังการเพิ่มขึ้นของ NVDR ไม่มีผลต่อ SET เพราะหุ้นที่ขึ้นส่วนใหญ่เป็น SET ขนาดกลางและเล็กมากกว่า ซึ่งขึ้นมากกว่า 100%

ในแง่ของผลดี การลงทุนผ่าน NVDR ทำให้ มี Volume ที่เพิ่มขึ้น และทำให้โบรกเกอร์มีรายได้จากค่าคอมมิชชั่น
ส่วนของผลเสีย NVDR เป็นการอำพรางไม่ให้เห็นข้อมูล เพราะหากบัญชีเปิดกับโบรกเกอร์ต่างชาติ หากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) หรือตลาดหลักทรัพย์ฯ ต้องการขอข้อมูล ทางโบรกเกอร์ ไม่จำเป็นต้องให้ข้อมูลลูกค้าว่าเป็นใคร แค่บอกชื่อ Custodian ก็เพียงพอ แต่หากอยากทราบจริงๆ ต้องขอข้อมูลไปยังตลาดต่างประเทศต้นทาง ก็ขึ้นอยู่กับว่าเค้าจะให้ความร่วมมือแค่ไหน ผลเสียคือเราจะไม่สามารถรู้ได้ว่าใครเป็นเจ้ามือตัวจริงตัวปลอม เราต้องมาเดากันเองว่า Volume ที่ปูดจากโบรกเกอร์รายไหน ซึ่งก็พอทราบๆ กันดี (CS และ UBS)

"กรุงเทพธุรกิจออนไลน์" ตรวจสอบพอร์ตการ1 ม.ค.-22 มี.ค. 2556 นักลงทุนสถาบันซื้อ 23,688.13 ล้านบาท บัญชีบล.ขาย 552.35 ล้านบาท นักลงทันต่างประเทศ ซื้อสุทธิ 2,758.71 ล้านบาท นักลงทุนรายย่อยขาย 25,894.48 ล้านบาท

สอดคล้องกับมุมมองของ ไพบูลย์ นรินทรางกูร ประธานสภาธุรกิจตลาดทุนไทย และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด ให้สัมภาษณ์ รายการ Market Wise "กรงเทพธุรกิจทีวี" ในวันนี้ (25 มี.ค.) ว่า ตลาดหุ้นไทยมีความผิดปกติมา 3-4 เดือนที่ผ่านมา ราคาหุ้นขนาดกลางและเล้กขึ้น 100% 200% ในระยะเวลาอันสั้น ทั้งนี้ ข้อมูลบริษัทไม่มี

ทั้งนี้ โครงสร้างตลาดหุ้นบ้านเรามีปัญหาในเรื่องของข้อมูล ปัจจุบันมีบริษัทจดทะเบียนกว่า 500 บริษัทท มีนักวิเคราะห์ เพียง 150 บริษัท

"ในช่วง 3-5 เดือน ที่ผ่านมา มีคนใช้จังหวะทำให้ราคาผิดปกติ"นายไพบูลย์กล่าว

ทั้งนี้ เห็นได้จากการปรับตัวลดลงของดัชนีตลาดหุ้นไทยเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับลงประมาณ 3% แต่ราคาหุ้นขนาดเล็กปรับตัวลดลง 15-20% ตลาด MAI ลดลง 8% ดัชนี SET50 ลง 3%

"ภาพบอกชัดเจนมีการเก็งกำไรสูงในหุ้นขนาดเล็กที่ไม่มีข้อมูล"นายไพบูลย์กล่าว

โดยขณะนี้ตลาดหลักทรัพย์ฯ สมาคมบริษัทหลักทรพัยฯ สภาธุรกิจตลาดทุนไทย เตรียมจ้างบริษัทที่3 เพื่อเข้ามาทำหน้าที่วิเคราะห์หุ้นมากขึ้น โดยจะเพิ่มเป็น 250 บริษัท

ส่วนปัญหาที่สอง นายไพบูลย์ กล่าวว่า โครงสร้างตลาดหุ้นไทยมีสัดส่วนนักลงทุนสถาบันไม่มากเมื่อเทียบกับรายย่อยที่มีสุดส่วนสูงถึง 60-70% ถ้าหากเพิ่มสุดส่วนนักลงทุนสถาบันที่มีประมาณ 8% ในขณะนี้ให้เพิ่มมากขึ้น เชื่อว่าจะสามารถลดความผันผวน ได้


หากดูโครงสร้างตลาดหุ้นไทยแล้ว นักลงทุน "ขาใหญ่"จะเข้ามามีอิทธิพลชี้นำตลาดมากกว่า นักลงทุนต่างชาติไปแล้วในเวลานี้ แถมยังมีช่องทางหลากหลาย ในการทำนิติกรรมอำพราง ก่อนหน้านี้กังวลว่าจะเข้ามาผ่านช่องทาง NVDR แต่นาทีนี้ ต้องบอกว่าบทบาทของนักลงทุนไทยสามารถชี้นำทิศทางตลาดหุ้นไทยได้มากกว่านักลงทุนต่างชาติด้วยซ้ำ รายย่อยพึงมีสติ ก่อนตัดสินใจลงทุน อย่าทำตัวเป็นแมลงเม่าหลงระเริงไฟ !!!!