พรพรรณ เตชรุ่งชัยกุล "ดึงคุณค่าในตน" เคลื่อนทัพอาร์เอส

"พรพรรณ เตชรุ่งชัยกุล"เป็นอีกคนที่มีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนอาร์เอส บอก นอกจากเดินตามวิสัยทัศน์ผู้นำแล้ว ยังต้อง "เปิดหู เปิดตา เปิดใจ"
เป็นหญิงแกร่งและเก่งอีกคนหนึ่ง ที่ผลักดันตัวเองให้โดดเด่นในสมรภูมิอุตสาหกรรมโทรทัศน์ ที่พ่วงด้วยธุรกิจบันเทิง สำหรับ "กุ้ง"พรพรรณ เตชรุ่งชัยกุล ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท อาร์เอส จำกัด(มหาชน) ที่วันนี้เธอเป็นหนึ่งในผู้บริหารคนสำคัญของอาร์เอส ที่ขับเคลื่อนองค์กรจากธุรกิจเพลง สู่ธุรกิจ "ทีวีดาวเทียม" และกำลังจะรุกสู่ธุรกิจ "ทีวีดิจิทัล"
การเข้ามาทำงานของซีโอโอหญิงคนนี้ เธอเล่าว่า ก้าวแรกที่เข้ามาทำงานในอาร์เอสฯ เริ่มต้นเมื่อปี 2546 ซึ่งเป็นจังหวะที่บริษัทจะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เดิมทีเธอต้องการเข้าทำงานในตำแหน่งแม่ทัพ IR (Investor Relation) เพื่อดูแลด้านการลงทุนสัมพันธ์ ทว่าวันนี้ฝีมือในการทำงานทำให้ได้รับโอกาสที่ดีกว่านั้น โดยได้รับความไว้วางใจจากผู้ใหญ่ให้ทำหน้าที่ซีโอโอ
เจ้าตัวบอกว่า...
"มาถึงตรงนี้ได้คนก็สงสัยว่า เรามาได้ยังไง แต่มันเป็นโอกาสที่เราได้รับทั้งหมด ซึ่งจะต้องพิสูจน์ตัวเองให้เป็นที่ยอมรับให้ได้"
เธอยังเชื่อว่า หลายคนมีความรู้ความสามารถ แต่อาจจะ "ไม่กล้า" คว้าโอกาสแต่ไม่ใช่พรพรรณ !! ที่แม้จะรู้ว่ากำลังจะเผชิญกับโจทย์หินทางธุรกิจ เพราะขณะนั้นอาร์เอสซึ่งธุรกิจหลักเกือบ 100% คือเพลง ซึ่งอยู่ในช่วงขาลง ทำให้ต้องดึงทักษะ ระดมความรู้ความสามารถที่มี ทุ่มให้กับการวิเคราะห์และแก้ปัญหาธุรกิจทุกอย่าง ในขณะเดียวกัน ยังต้องมองข้ามช็อตไปยังธุรกิจใหม่ ที่พอจะเห็นว่าอาร์เอสมี "แต้มต่อ" สามารถใช้ความชำชาญ (Expertise) ขององค์กรผลักดันไปสู่ธุรกิจใหม่ นั่นคือ ทีวีดาวเทียม
อย่างไรก็ตาม แม้เธอจะได้ชื่อว่าเป็นหญิงแกร่ง ทว่าครั้งหนึ่ง เจ้าตัวยอมรับว่า เคยถอดใจ อยากโบกมือลาจากอาร์เอส เช่นกัน เรื่องมีอยู่ว่า...
ช่วงนั้นเป็นการบริหารสิทธิ์การถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลโลก 2008 ซึ่งอาร์เอสขาดทุนหนักร่วมๆ 300 ล้านบาท จากการบริหารลิขสิทธิ์ ทำให้เธออยากจะถอยมาตั้งหลัก บนเป้าหมายอยากทำให้องค์กรเติบโต แต่ถ้าพลาดเป้า ไม่เป็นอย่างที่คาดหวังก็ควรจะไป
"ตอนนั้นบอกกับตัวเองว่าไม่ไหวแล้ว เราไม่น่าจะมีประโยชน์อะไรกับองค์กร หากจบปี 2008 แล้วไม่มีอะไรดีขึ้นก็จะลาออก เพราะเราเป็นคนชัดเจนเรื่องเป้าหมาย และมุ่งมั่นอยากทำงานที่นี่ให้ดี และเมื่อได้รับความไว้วางใจจึงไม่อยากทำให้คนอื่นผิดหวัง รวมทั้งตัวเองด้วย" เธอกล่าวหนักแน่น และยังบอกด้วยว่า
การบริหารงาน หรือแม้กระทั่งชีวิตส่วนตัวของคนเรา ล้วนต้องเผชิญการตัดสินใจ 2 ด้าน คือ คุณยอมแพ้เร็วเกินไปใช่ไหม หรือ เราทู่ซี้อยู่กับมันนานเกินไป
"จุดเปลี่ยนและวิธีคิดตรงนี้ของแต่ละคนไม่เหมือนกัน พี่กุ้งเป็นคนชัด ใครทำงานด้วยจะรู้ว่าอะไรทำได้ หรือทำไม่ได้ และจะเคลียร์ให้ชัดเจน หากทำไม่ได้ก็ลากัน ไม่อมพะนำ ไม่เล่นการเมือง ในทุกเรื่องทั้งเรื่องส่วนตัวและงาน ซึ่งเราเองก็ต้องกำหนดเป้าหมายไว้ชัดเจนว่า 6 ปี หากฉันทำประโยชน์ไม่ได้ ไปดีกว่า"
ดีที่พอครบปีที่ 6 ธุรกิจเริ่มฟื้น แต่ช้ากว่านั้นอาจไม่อยู่ต่อ !! (เธอยิ้ม)
โดยในขณะนั้นอาร์เอส สามารถพลิกขาดทุน มาเป็นกำไรได้ภายในปี 2552 ที่บริษัทปิดตัวเลขรายได้กว่า 2,200 ล้านบาท มีกำไร 75.59 ล้านบาท แม้จะไม่มากนัก แต่ก็มากพอที่ทำให้เธอยืนหยัดสู้อีกครั้งเผชิญอุปสรรคหนักหนาสาหัส อะไรเป็นปัจจัยที่ทำให้ก้าวผ่านมาได้ เจ้าตัวบอกว่า จะต้องมองไปยังเป้าหมายเพิ่มเสริมพลังและกำลังใจให้กล้าแกร่ง เพราะเป็นเรื่องธรรมดาที่การบริหารงานหรือทางเดินของชีวิตจะต้องเจอเสียงรบกวนรอบด้าน มีปัจจัยลบเข้ามากระทบ
ปัจจุบันอุตสาหกรรมโทรทัศน์พลิกโฉมไปมาก และกำลังก้าวข้ามการดูทีวีในรูปแบบเดิมๆ เป็นการดูผ่านกล่องรับสัญญาณ (set top box) "พรพรรณ" เล่าว่า สำหรับเธอแล้วกุญแจไขความสำเร็จในอนาคต อยู่ที่การเปิดหู เปิดตา และเปิดใจ
"ผู้นำต้องเปิดหู เปิดตา เปิดใจ มองดูโลกข้างนอก หากเป็นแบบนี้เราจะอยู่กับมันอย่างไร หรือจะเดินไปเคียงคู่กับสิ่งเหล่านั้นอย่างไร จำเป็นจะต้องปรับยุทธศาสตร์รอไว้เลยไหม ผู้บริหารที่ไม่พร้อมจะเปลี่ยนคือคนที่น่าเป็นห่วงมากที่สุดในโลกของการทำธุรกิจยุคนี้"
เธอยังบอกว่า อาร์เอสมีวันนี้ได้ ต้องยกความสำเร็จให้กับผู้นำอย่าง "เฮียฮ้อ สุรชัย เชษฐโชติศักดิ์" ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร อาร์เอส
"เฮียฮ้อเป็นผู้บริหารที่มีวิสัยทัศน์ที่เด็ดขาด และกล้าที่จะเปลี่ยนแปลง อันนี้สำคัญมาก" เธอลากเสียง ก่อนจะย้ำว่า "สำคัญมากๆหากคุณไม่กล้าที่จะเปลี่ยนแปลงแล้วถูกบังคับให้เปลี่ยนนั่นจะทำให้คุณ Suffer มากกว่า"
แม้ว่าภาพในอนาคต ทุกคนมองเห็นภาพเบลอๆ เท่ากันหมด แต่ในฐานะผู้นำ บทบาทสำคัญอย่างหนึ่งคือการตัดสินใจ นำพาทั้งองค์กรก้าวเดินไป นั่นคือความแตกต่างของผู้นำแต่ละองค์กร
เมื่อผู้นำองค์กรมีวิสัยทัศน์ชัด หน้าที่ต่อมาของผู้บริหารเช่นเธอจึงมาประเมินคุณค่าของตัวเอง โดยสิ่งสำคัญที่จะต้องทำนั่นคือ การวิเคราะห์สถานการณ์ตลอดจนข้อมูลต่างๆอย่างแม่นยำ
"เมื่อมีวิสัยทัศน์ของผู้บริหารแล้ว เราต้องมาดู Value ตัวเองว่าอยู่ตรงไหน แล้วก็ใช้ศาสตร์และศิลป์ ทำสิ่งเหล่านั้นให้เกิดขึ้นมา"
ถามว่า วันนี้ปัจจัยใดที่มีส่วนทำให้เธอขับเคลื่อนอาร์เอส โดยเฉพาะในธุรกิจทีวีดาวเทียม เธอวิเคราะห์ให้ฟังว่า "อาจเป็นเพราะไฟในตัวเรา ที่รู้สึกต้องการเป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จ"กลไกที่ช่วยทำให้องค์กรประสบความสำเร็จได้อีกอย่างหนึ่ง คือ "การห้ามนึกถึงแต่ตัวเอง" ต้องนึกถึง "ภาพรวม" ไว้ให้มาก
"ต้องมองว่าเราอยากอยู่ในองค์กรที่สำเร็จ และอยากแก้ไขปัญหาให้องค์กร พอคิดได้อย่างนั้นก็จะเกิดจินตนาการ และเกิดแผนปฏิบัติการ หากคิดถึงแต่ตัวเองภาพเหล่านั้นจะไม่เกิดขึ้น"1 ทศวรรษในการทำงานให้กับอาร์เอส "พรพรรณ" บอกว่า เป้าหมายของธุรกิจคงไม่ต้องการอะไรไปมากกว่านี้
"พูดไปเดี๋ยวจะหมั่นไส้ ตอนนี้แฮปปี้แล้วนะ" (หัวเราะ)
อย่างไรก็ตาม ในฐานะแม่ทัพหญิง เธอมีเป้าหมายเฉกเช่นเดียวกับองค์กร คือการเห็นอาร์เอส เติบโตไปเป็น Leading player ในธุรกิจมิเดีย เน็ตเวิร์ค ในวันข้างหน้าจะมีทีวีดิจิทัล ที่ผู้ประกอบการทุกรายจะมาแข่งขันบนแพลตฟอร์มเดียวกัน ระนาบเดียวกัน
"เราอาจจะเบอร์ 3 -4 แต่ท้ายที่สุดแน่นอนว่าเราก็อยากเป็นเบอร์ 1 ให้ได้สักวัน"







