วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ไม่สนตลาดหุ้นดิ่ง!แห่เก็งกำไรหุ้นร้อน

นักลงทุนหน้าใหม่โดดเข้าตลาดหุ้นไทย 2 เดือน 4 หมื่นบัญชี ตลาดเผยภาวะเก็งกำไรหุ้นร้อน! ยังน่าเป็นห่วง แม้ตลาดปรับลดลงต่อเนื่องหลายวัน

นายจรัมพร โชติกเสถียร กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า แม้ว่าตลาดหุ้นไทยจะปรับลดลงต่อเนื่องแต่ก็ยังมีความกังวลเรื่องหุ้นเก็งกำไรอยู่ เพราะปริมาณการซื้อขายหุ้น (วอลุ่ม) ในกลุ่มนี้ไม่ได้ปรับลดลงแต่อย่างใด และยิ่งร้อนแรงมากขึ้น โดยวอลุ่มการซื้อขายของนักลงทุนรายย่อย เพิ่มขึ้นถึง 2 เท่าเมื่อเทียบช่วงไตรมาส 4 ปีที่ผ่านมา

"ในช่วง 2 วันที่ผ่านมา ตลาดหุ้นผันผวน ดูวอลุ่ม และการซื้อขายหมุนเวียน หรือ เทิร์นโอเวอร์สูงมาก แสดงว่ามีภาวการณ์เก็งกำไรสูง ซึ่งเทิร์นโอเวอร์หลายๆรอบนั้น เป็นการลงทุนระยะสั้นเกินไป สถานการณ์ยังน่าเป็นห่วง"

อย่างไรก็ตาม ตลาดหลักทรัพย์ฯยังไม่มีมาตรการเข้าดูแลหุ้นเก็งกำไรเพิ่มเติม นอกจากการเพิ่มหลักประกันจาก 15% เป็น 20% สำหรับบัญชีการซื้อขายด้วยเงินสด หรือ แคชบาลานซ์ เพื่อรองรับภาวะที่ตลาดหุ้นแกว่งตัวมากขึ้น อย่างไรก็ตามเชื่อว่าจะไม่มีผลต่อภาวการณ์ซื้อขายมากนัก เพราะปัจจุบันการวางหลักประกันก็สูงกว่า 15% อยู่แล้ว โดยทางสมาคมบริษัทหลักทรัพย์จะมีการรับฟังความคิดเห็นบริษัทสมาชิกในสัปดาห์หน้า

สำหรับหลักเกณฑ์อื่นๆ รวมถึงเกณฑ์การให้สินเชื่อเพื่อซื้อหลักทรัพย์ หรือมาร์จิ้น ยังไม่มีการปรับ ปัจจุบันอยู่ในระดับที่เหมาะสม มีกลไกในการดูแลที่เหมาะสม หากราคาหุ้นปรับลดลง 35% ก็เรียกหลักประกันเพิ่ม โดยในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา มีการปล่อยมาร์จิ้นทั้งระบบแล้ว 5 หมื่นล้านบาท อยู่ในระดับยอมรับได้ ไม่สูงมากเหมือนในอดีต

เขากล่าวว่า แผนงานที่ตลาดหลักทรัพย์จะทำเพิ่มเติมคือ การให้ความรู้นักลงทุน เพื่อให้มีข้อมูลการลงทุนที่เพียงพอ รู้จักหุ้นที่ตัวเองจะเข้าลงทุน โดยเฉพาะนักลงทุนหน้าใหม่ ที่เข้ามาลงทุนในตลาดหุ้น ซึ่งในช่วง 2 เดือนแรกของปีนี้ มีจำนวนนักลงทุนมาเปิดบัญชีใหม่ถึง 4 หมื่นบัญชี ขณะที่ตลาดหลักทรัพย์ตั้งเป้าการเปิดบัญชีใหม่ทั้งปีที่ 1 แสนบัญชี

"การมีนักลงทุนหน้าใหม่ถือเป็นเรื่องดี ถ้าเข้ามาด้วยความเข้าใจ ทั้งตัวหุ้นที่จะลงทุน และภาพรวมการลงทุนว่าการลงทุนไม่ได้กำไรเสมอไปถ้ามีความรู้แล้วเก็งกำไร ก็ไม่เป็นไร เพราะแสดงว่ายอมรับความเสี่ยงได้ แต่นักลงทุนที่เข้ามาใหม่ๆ แล้วคิดว่าลงทุนจะต้องกำไรเท่านั้น เหมือนมองแต่เหรียญด้านเดียว ก็น่าเป็นห่วง"
สำหรับภาวะตลาดหุ้นที่ปรับลดลงนั้น มองว่าเป็นผลมาจากปัจจัยภายในประเทศเป็นหลัก มากกว่าปัจจัยต่างประเทศ เห็นได้จากดัชนีตลาดหุ้นไทยที่ปรับลดลงแรงกว่าตลาดต่างประเทศ แต่จะเป็นจากปัจจัยใดนั้น ไม่สามารถระบุได้ อย่างไรก็ตามในประเด็นค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นนั้น ไม่ได้มาจากเม็ดเงินที่ไหลเข้าตลาดหุ้นไทย สังเกตจากตลาดหุ้นไทยปรับลดลง ต่างชาติเทขาย แต่เงินบาทก็ยังคงแข็งค่าขึ้นต่อเนื่อง จึงเชื่อว่าหากภาครัฐ หรือธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.)จะมีมาตรการอะไรออกมาคงไม่เกี่ยวกับตลาดหุ้น