ตลาดรวมเครื่องดื่มมูลค่า 1.5 แสนล้านแข่งเดือด "น้ำอัดลม-ชาพร้อมดื่ม-ชูกำลัง-เกลือแร่" เปิดศึกยกแรกหน้าร้อน อัดแคมเปญแรงกระตุ้นยอดขาย
นายชนินทร์ เทียนเจริญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไอเบฟเวอเรจ จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องดื่ม "ซอรัส” และ "ซีแซท วิธ ซิงค์" ในกลุ่มฟังก์ชันนอลดริ๊งค์ กล่าวว่า หลังจากช่วง 2 ปีก่อนหน้านี้ ตลาดรวมเครื่องดื่มมีอัตราการเติบโตต่อเนื่องในอัตรา 11 และ 14% ตามลำดับ ส่งผลให้มูลค่าตลาดรวมสิ้นปีที่ผ่านมามีมูลค่ากว่า 1.5 แสนล้านบาท
ส่วนปีนี้คาดว่าตลาดจะเติบโตไม่ต่ำกว่า 15% มาจากสินค้าหลักที่แข่งขันกันดุเดือด ในตลาดเครื่องดื่มสำหรับหน้าร้อน 4 กลุ่มหลัก คือ น้ำอัดลม เครื่องดื่มชูกำลัง ชาพร้อมดื่ม และเครื่องดื่มประเภทเกลือแร่ ซึ่งมาจากปัจจัยเสริม ทั้งสภาพอากาศร้อนและภาพรวมการแข่งขัน ที่เพิ่มขึ้นผลจากที่มีผู้เล่นรายใหม่เข้าตลาด รวมทั้งโปรโมชั่นกระตุ้นการขาย
เครื่องดื่มทั้ง 4 กลุ่ม มีมูลค่าตลาดรวมกันมากกว่า 50% ของตลาดเครื่องดื่มรวม โดยน้ำอัดลมมีมูลค่าตลาดประมาณ 4 หมื่นล้านบาท เครื่องดื่มชูกำลัง 2 หมื่นล้าน ชาพร้อมดื่ม 1.2 หมื่นล้านบาท และ เกลือแร่ 1 หมื่นล้านบาท หากแยกเป็นรายกลุ่มพบว่า ช่วงต้นปีนี้ชาเขียวมีการเติบโตมากสุด ในอัตราต่อเนื่อง 30% จนทำให้ปีล่าสุดมูลค่าตลาดแซงเครื่องดื่มเกลือแร่ไปแล้ว และตลาดนี้จะยังโตอย่างต่อเนื่องเพราะมีการแข่งขันสูงจากสงครามโปรโมชั่น เข้ามาผลักดันอย่างต่อเนื่อง
ส่วนอีก 3 กลุ่ม มีอัตราการเติบโตมากกว่า 10% โดยการแข่งขันที่มากขึ้น ในกลุ่มน้ำอัดลม มาจากการที่มีแบรนด์น้องใหม่ "เอส" ของค่ายเสริมสุข เข้ามาในตลาด ขณะที่ตลาดเครื่องดื่มชูกำลังมีแบรนด์ "แรงเยอร์" ที่กลับเข้ามาทำตลาดใหม่อีกครั้ง โดยบริษัท เสริมสุข จำกัด (มหาชน) และเกลือแร่ ซึ่งในปีนี้จะเห็นการเติบโตได้อย่างมากหลังค่ายเบียร์สิงห์เปิดตัวเครื่องดื่มเกลือแร่แบรนด์ซัลโวเข้ามาในตลาด
นอกจากนี้ยังมีอีกตลาดที่มีแนวโน้มเติบโตได้ดี คือ เครื่องดื่มประเภทฟังก์ชั่นนอลดริ้งค์ มูลค่า 3 พันล้านบาท มีการเติบโตในกลุ่มเครื่องดื่มประเภทช็อต ซึ่งเน้นส่วนผสมของวิตามินประเภทต่างๆ มากกว่าเครื่องดื่มประเภทขวด โดยตลาดมีอัตราเติบโตราว 30% ปัจจัยที่ทำให้ตลาดมีการเติบโตมาจากผู้เล่นรายใหม่จากตลาดขายตรง โดยบริษัท กิฟฟารีน และกลุ่มความงามโดย วุฒิศักดิ์ ที่ผลิตเครื่องดื่มเข้าตลาด
นายชนินทร์ กล่าวว่า ล่าสุดบริษัทได้วางตลาดสินค้าใหม่เข้าแข่งขันตลาดฟังก์ชั่นนอลดริ้งค์ภายใต้ชื่อ “ด๊อกเตอร์ มายด์เซ็น" เครื่องดื่มผสมวิตามินรูปแบบใหม่ ช่วยคลายเครียดเจาะกลุ่มตลาดผู้หญิง วัยทำงาน ด้วยงบในการทำตลาด 20 ล้านบาท วางตลาดตั้งแต่ปลายเดือนก.พ.ที่ผ่านมา และภายในปีนี้จะเปิดตัวเครื่องดื่มใหม่อีก 3 แบรนด์ เป็นเครื่องดื่มสำหรับเด็กในเดือนพ.ค. และอีก 2แบรนด์ ในครึ่งปีหลัง
โดยวางแผนใช้งบสำหรับการทำตลาดสินค้า 5 แบรนด์รวมทั้งหมด 50 ล้านบาท และงบลงทุนทางด้านบรรจุภัณฑ์ขวดเพ็ทอีก 30 ล้านบาท ซึ่งเป็นการลงทุนเพิ่มจากปีที่แล้วที่มีการลงทุนทางด้านขวดแก้ว 20 ล้านบาท ส่วนเป้ายอดขายดอกเตอร์มายด์เซ็นในปีแรก 50 ล้านบาท และเติบโต 20% ในปีถัดไป ส่วนเป้ารายได้ปีนี้ 80 ล้านบาทจากปีที่ผ่านมามี 2 แบรนด์มีรายได้ 30 ล้านบาท
“ส่วนการแข่งขันตลาดเครื่องดื่มหลังเปิดเออีซีเต็มรูปแบบคาดการณ์ว่า แบรนด์ไทยจะเผชิญกับอุปสรรคทางด้านนวัตกรรม และราคาที่ต่ำกว่า ซี่งเป็นจุดแข็งของผู้เล่นรายใหม่และเป็นแบรนด์ต่างประเทศเข้ามาแข่งขันในประเทศ โดยเฉพาะเครื่องดื่มแนวใหม่จาก 2 ประเทศสิงค์โปรและมาเลเซียมีความแตกต่างจากแบรนด์ไทยอย่างชัดเจน “นายชนินทร์ กล่าว






