สตาร์บัคส์ ทำให้โจทย์ของการดื่มกาแฟเปลี่ยนแปลงไป คือไม่เพียงดื่มกาแฟเพียงเพราะรสชาด แต่เป็นการดื่มกาแฟที่หวังบรรเทาโลกร้อนด้วย
โดยการพัฒนาสู่ความเป็นร้านกาแฟสีเขียว ที่ล่าสุดได้มาตรฐานโลกนั่นคือ LEED ระดับ Gold
เป็นร้านสตาร์บัคส์ สาขาพอร์โต ชิโน่ ที่เปิดบริการไดร์ฟ-ทรู หรือการสั่งอาหารแบบไม่ต้องลงจากรถ สาขาแรกของสตาร์บัคส์ในประเทศไทย ซึ่งตั้งอยู่บนถนนพระรามสองก่อนถึงตัวเมืองจังหวัดสมุทรสาคร สาขานี้เป็นสาขาแรกของสตาร์บัคส์ในภูมิภาคเอเชียที่ได้มาตรฐาน LEED ในระดับนี้อีกด้วย
สำหรับมาตรฐาน LEED นั้นมีอยู่ด้วยกัน 4 ระดับ ระดับแรกคือ Certified ระดับที่สองคือ Silver ระดับที่สามคือ Gold และระดับสูงสุดคือ Platinum
ปัจจุบัน สตาร์บัคส์ ประเทศไทย มีร้านกาแฟสีเขียวหรือ กรีน สโตร์ที่ผ่านการรับรองภายใต้ LEED แล้ว 5 สาขา ได้แก่ สาขาคริสตัล ดีไซน์ เซ็นเตอร์(Silver) สาขาเมกา บางนา (Certified) สาขาบ้านชาติ ถนนข้าวสาร (Certified) สาขา INT พระราม 3 (Certified) และสาขาพอร์โต ชิโน่ ในระดับ Gold
ในหมายเหตุที่ว่ายังมีร้านสตาร์บัคส์อีกอยู่ในระหว่างการยื่นขอการรับรองจาก LEED อีกกว่า 10 สาขา
อย่างไรก็ดี ก็เกิดข้อสงสัยว่าสตาร์บัคส์ทุกสาขา (160 แห่งในประเทศไทย) ในที่สุดจะต้องเป็นร้านกาแฟสีเขียวภายใต้ LEED ทั้งหมดหรือไม่
ธนาศักดิ์ กุลรัตนรักษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ บริษัท สตาร์บัคส์ คอฟฟี่ (ประเทศไทย) จำกัด บอกว่า เป็นความต้องการแต่คงต้องยอมรับว่าในความเป็นจริงเป็นไปได้ยาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการพัฒนาปรับปรุงสาขาเก่าที่มีอยู่ รวมไปถึงสาขาที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของสตาร์บัคส์อย่างสิ้นเชิง เช่น สาขาที่อยู่ภายในห้างสรรพสินค้า เป็นต้น
หากแต่สตาร์บัคส์จะพยายามให้ถึงที่สุดในเรื่องนี้กับร้านสาขาที่เปิดใหม่ทุกสาขา
และแม้ว่าการพัฒนาร้านสู่การเป็นกรีน สโตร์ ภายใต้มาตรฐาน LEED จึงทำให้ต้นทุนเพิ่มขึ้นถึง 30 เปอร์เซ็นต์ก็ตาม เพราะต้องเน้นความปราณีตบรรจงไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการออกแบบ วัสดุอุปกรณ์ต่างๆ ตลอดจนแรงงานที่ต้องมีทักษะ เป็นต้น
เพราะนี่คือนโยบายที่มุ่งมั่นของ "โฮวาร์ด ชูลท์ซ" ซีอีโอของสตาร์บัคส์
กุญแจความสำเร็จในเรื่องนี้ไม่ได้เกิดขึ้นจากการ Bottom Up แต่เป็น Top Down
แต่ไม่ใช่หมายความว่าพนักงานไม่ได้มีส่วนสำคัญ ธนาศักดิ์ บอกว่าความสำเร็จจะเกิดขึ้นได้ก็ต้องอาศัย Passion ของพนักงานด้วย
แน่นอนเส้นทางนี้สำหรับองค์กรอื่่นๆ กับเงื่อนไขดังกล่าว อาจดูคล้ายจะเต็มไปด้วยความท้าทายและไม่ง่ายเลย ทว่าสำหรับสตาร์บัคส์แล้ว ถือเป็นข้อยกเว้น
นั่นเป็นเพราะวัฒนธรรมขององค์กรแห่งนี้ได้หล่อหลอมความร่วมมือ ร่วมใจของพนักงานให้เป็นหนึ่งเดียวกัน มีเป้าหมายเดียวกันและต้องการจะบรรลุเป้าหมายด้วยกัน
ในฐานะ Best Practice ที่พิชิตมาตรฐาน LEED ระดับ Gold ธนาศักดิ์มองว่า ในเรื่องนี้ เหมือนการสอบเข้ามหาวิทยาลัย องค์กรไหนทำได้ องค์กรไหนทำไม่ได้สามารถประเมินได้ไม่ยาก
ยกตัวอย่างเช่น การสอบเข้ามหาวิทยาลัยนั้นเบื้องต้นก็คือ ต้องเรียนจบมัธยมศึกษาปีที่หกเสียก่อน ขณะที่่การพัฒนาสู่ความ LEED คุณสมบัติที่มี ตัวอย่างเช่น อาคารหรือสิ่งก่อสร้าง ซึ่งต้องพิจารณาถึงพื้นที่ที่ตั้ง ถ้าหากเป็นร้านที่ตั้งอยู่ในตัวอาคารและเปิดโล่ง หมายถึงไม่มีฝาผนังกั้นให้เป็นร้านอย่างเป็นสัดส่วน ก็คือว่าหมดสิทธิ์สอบตั้งแต่แรก เป็นต้น
แต่ที่อาจจะมีสิทธิสอบมากกว่าใครก็คือ ร้านในลักษณะ Stand Alone
เมื่อคุณสมบัติพร้อมตามเกณฑ์ จนได้สิทธิเข้าสอบ แน่นอนก็ต้องพบเจอโจทย์ที่ยากทุกข้อ ดังนั้นเขาบอกว่าจะสอบผ่านหรือไม่ผ่าน จะได้ใบปริญญาหรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับความทุ่มเท ความมุ่งมั่นของเจ้าตัวล้วนๆ
----------------------
คุณลักษณะ 11 จุดคว้าเกณฑ์โลก
หากใครมีโอกาสแวะไปร้านสตาร์บัคส์ สาขาพอร์โต ชิโน่ อยากให้ลองสังเกตุใน11 จุดสำคัญ ที่เป็นเหตุทำให้คว้ามาตรฐาน LEED ระดับ Gold ได้แก่
1. ระบบควบคุมปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ที่สามารถนำอากาศบริสุทธิ์ภายนอกเข้ามาหมุนเวียน สร้างประโยชน์ต่อสุขภาพของลูกค้าและพนักงาน
2. สีทาผนัง เป็นสีสูตรที่มีปริมาณสารระเหยอยู่ในระดับต่ำ
3. เลือกใช้วัสดุท้องถิ่นและผลิตภัณฑ์ที่มีการรีไซเคิล
4. ระบบปรับอากาศ ที่มีความปลอดภัยและประหยัดพลังงาน
5.ระบบควบคุมเปิด-ปิด แสงสว่างด้วยเซ็นเซอร์
6.หลังคา ที่สามารถสะท้อนและลดความร้อน
7.หลอดไฟ LED ที่มีแสงสว่างสูง อายุการใช้งานยาวนาน มีปริมาณสารปรอทต่ำ
8.สุขภัณฑ์ ซึ่งประหยัดน้ำได้ถึงร้อยละ 30
9. จุดรับกาแฟที่ใช้แล้ว และนำกากกาแฟแจกจ่ายให้กับพนักงานหรือลูกค้าเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ เช่น ใช้เป็นปุ๋ย หรือ นำไปขัดผิว เป็นต้น
10. เคาน์เตอร์เครื่องดื่ม เลือกใช้ก๊อกประหยัดน้ำ และเครื่องทำน้ำแข็ง ที่ใช้น้ำในการผลิตน้อยกว่าเครื่องทั่วไป
11.ที่จอดรถจักรยาน ส่งเสริมการประหยัดพลังงานในการเดินทาง พร้อมอุปกรณ์ซ่อมแซมขั้นพื้นฐาน






