วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ส่งออกเผชิญศึก2ด้าน บาทแข็ง-ค่าแรง300

ส่งออกเผชิญศึก 2 ด้าน บาทแข็ง-ค่าแรง 300 บาท นักวิชาการคาดภายใน 2 ปี แตะ 25-26 บาท/ดอลลาร์ พื้นฐานศก.ไทยดีขึ้น แต่ยังห่วง"ฟองสบู่"

นายสมภพมานะรังสรรค์ อธิการบดี สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ คาดการณ์ว่า ค่าเงินบาทไทยน่าจะแข็งค่าขึ้นแตะ 25-26 บาทต่อดอลลาร์ ในอีกไม่เกิน 2 ปีข้างหน้า เนื่องจากขณะนี้สถานการณ์ค่าเงินบาทของไทยคล้ายกับสถานการณ์ก่อนเกิดวิกฤติต้มยำกุ้งในปี 2540 ที่ภาพรวมเศรษฐกิจไทยขยายตัวดีมากกว่า 6%

นักลงทุนยังมองเห็นโอกาสของไทย ในการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ที่จะเป็นตัวเชื่อมโยงกับกลุ่มประเทศภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง ทำให้มีเงินทุนไหลเข้าอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับผู้ส่งออกเทขายเงินดอลลาร์ ทำให้ค่าเงินบาทแข็งค่าสูงสุดในรอบ 28 เดือน ที่ 29.51 บาทต่อดอลลาร์ และมีโอกาสแข็งค่าต่อเนื่อง แต่ก็ยังไม่ใช่ระยะใกล้นี้ ซึ่งผู้ส่งออกกำลังเผชิญผลกระทบจากค่าแรง 300 บาท และค่าเงินบาทแข็งค่าต้องปรับตัว เน้นการขายในประเทศมากขึ้น

ค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น ทำให้ขณะนี้ เริ่มเห็นสัญญาณฟองสบู่เกิดขึ้น ใน ตลาดหลักทรัพย์ ตลาดอสังหาริมทรัพย์ และการบริโภคเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ธปท.ต้องใช้วิกฤติต้มยำกุ้งเป็นบทเรียน ต้องพึงระวังในวิกฤติให้ดี เพราะขณะนี้ หนี้สินครัวเรือนเพิ่มขึ้นเป็น 80% ของจีดีพี ถือว่าน่าห่วง และการบริหารประชานิยมของภาครัฐ หากบริหารไม่ดีเศรษฐกิจไทยแย่แน่ ดังนั้นเมื่อมีสัญญาณฟองสบู่ ควรระวังฟอง หากเกิด และแตกตัวเมื่อไปไร เมื่อนั้นเศรษฐกิจไทยจะแก้ยาก

ต่อจากนี้ ไปสิ่งที่เศรษฐกิจต้องระวังคือ การเคลื่อนย้ายเงินเยนไปยังสายการลงทุนของญี่ปุ่นเอง และเมื่อไทยคือสายการลงทุนอันดับ 1 ของญี่ปุ่น และเป็นเออีซี ไทยก็น่าจะเป็นเป้าหมายหลักที่เงินเยนจะเข้ามาลงทุน เพราะประเทศญี่ปุ่นมีปัญหาภายในอยู่มาก อาทิ ปัญหาประชากรก้าวสู่วัยชรา จึงมีการขาดแคลนแรงงานในวัยทำงาน