แม็คกรุ๊ป ปูพรม 6 แบรนด์ ขยายพอร์ตธุรกิจบุกตปท.
การปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ของ “แม็ค” ยีนส์สัญชาติไทยในปี 2555 ที่ผ่านมาไม่เพียงจัดกระบวนทัพการบริหารจัดการ ระดมมืออาชีพเสริมแกร่งธุรกิจ แต่ยังปรับโครงสร้างสินค้าและการทำตลาดครั้งใหญ่ผ่าน “กองทัพแบรนด์” ที่แตกแขนงเจาะลูกค้าเฉพาะกลุ่มหลากหลายยิ่งขึ้น สอดรับทิศทางธุรกิจแห่งอนาคตของแม็คกรุ๊ปมุ่งเติบโตควบคู่ไปกับการขยายตัวของชนชั้นกลางและกระแสบริโภคสินค้าแฟชั่นและไลฟ์สไตล์
สุณี เสรีภาณุ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แม็ค กรุ๊ป จำกัด กล่าวว่าความได้เปรียบของฐานการผลิตและความแข็งแกร่งของช่องทางการจัดจำหน่ายแม็คยีนส์ กำลังถูกต่อยอดและขับเคลื่อนธุรกิจแม็ค กรุ๊ป เติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยปีนี้จะทยอยเปิดตัวอย่างน้อย 6 แบรนด์ใหม่ ได้แก่ แม็ค พิงก์ (McPink) แม็ค มินิ (McMini) ไบสัน (Bison) แม็ค มี (McMe) บลู บราเธอร์ส (Blue Brother) และว๊าว มี (WOW ME) พร้อมเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยได้ภายในปีนี้
“จากพื้นฐานธุรกิจกางเกงยีนส์ที่มีจุดแข็งในเรื่องของฟิตติ้ง และเครือข่ายทางธุรกิจครอบคลุมทั่วประเทศจะถูกนำมาต่อยอดมากขึ้น สร้างฐานลูกค้ากว้างขึ้นจากเดิมมุ่งเจาะคนอายุ 25-35 ปีหรือ 45 ปี จากนี้จะคลุมตั้งแต่ 6 ขวบ จนถึง 70 ปี” สุณีกล่าว
แม็คกรุ๊ป คือ องค์กรที่ทำธุรกิจ “รีเทล” หรือ ค้าปลีกเสื้อผ้าครบวงจรหัวจรดเท้า สอดรับแนวโน้มตลาดประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียที่กำลังเติบโตในทิศทางเดียวกัน มีการขยายตัวของชนชั้นกลาง รายได้ผู้บริโภคทุกชนชั้นที่ขยับสูงขึ้นทำให้การบริโภค หรือความต้องการสินค้ามองหา คุณภาพ หรือตอบโจทย์ ความต้องการ!! มากกว่าความจำเป็น
เป็นโอกาสทางธุรกิจที่สำคัญทำให้แม็คกรุ๊ปปรับโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่ เพื่อเข้าสู่สมรภูมิแฟชั่นและไลฟ์สไตล์เต็มตัว ไม่ใช่ผู้ผลิตและจำหน่ายหรือทำตลาด “ยีนส์แม็ค” แต่เพียงอย่างเดียว
ประเดิมต้นปีนี้ ได้เปิดตัว “แม็ค พิงก์” ไม่ต่างจากฟาสต์แฟชั่นแบรนด์ที่กำลังทำตลาดอย่างคึกคักในไทยเวลานี้ แต่ยังกระจุกตัวอยู่เฉพาะในกรุงเทพฯ เป็นโอกาสของแม็คพิงก์ที่จะใช้ความได้เปรียบของความคล่องตัวสยายปีกบุกภูธรซึ่งเป็นฐานตลาดใหญ่ของประเทศเช่นกัน
ช่วงเดือนเม.ย.นี้ จะมีการเปิดตัว “แม็ค มินิ” เจาะกลุ่มเด็กผู้ชาย อายุ 6-12 ขวบ ปูพรม 39 ช็อปรวด ตามด้วยเดือน มิ.ย. เตรียมเปิดตัว “แม็ค มี”แฟชั่นสำหรับผู้หญิงวัย 40 ปีขึ้นไป สอดรับเทรนด์การเติบโตของกลุ่มผู้สูงอายุ ที่สำคัญมีกำลังซื้อสูง และเป็นช่องว่างตลาดที่ไร้คู่แข่ง!! รวมไปถึงแบรนด์บลู บราเธอร์ส หรือ พี่น้องสีฟ้า เป็นผลิตภัณฑ์ยีนส์เจาะกลุ่มพรีเมียม ซึ่งเป็นตลาดเติบโตสูงในไทยสวนทางโลกตะวันตกทีเดียว
ตลาดสำคัญ “ชอปปิงออนไลน์” ที่แม็คกรุ๊ปอยู่ระหว่างสร้างแพลตฟอร์มที่โดดเด่นจากคู่แข่งในตลาด ซึ่งอยู่ระหว่างรวบรวมพันธมิตรธุรกิจโดยเฉพาะบรรดา “แบรนด์เนม” ภายใต้กลยุทธ์ราคาที่จูงใจ!! และกระตุ้นให้ตัดสินใจซื้อในทันที
“รูปแบบและกลยุทธ์ต้องไม่เหมือนใคร ทุกธุรกิจหากเราเข้ามาแล้วต้องขายได้ เติบโตได้ดี เป็นธุรกิจแห่งอนาคตที่จะขับเคลื่อนแม็คกรุ๊ปขยายตัวได้อย่างมีศักยภาพทั้งในไทยและภูมิภาคอาเซียน”
ผู้บริหารสะท้อนภาพรวมของธุรกิจยีนส์ในเมืองไทย แบ่งออกเป็นหลายกลุ่ม ประกอบด้วย “ตลาดล่าง” ระดับราคา 300-600 บาท มีฐานลูกค้าขนาดใหญ่กว่า 10 ล้านคน “ตลาดระดับกลาง” ระดับราคาต่ำกว่า 1,000 บาท มีฐานลูกค้าประมาณ 4-5 ล้านคน
ตลาดระดับกลาง-สูง” ระดับราคา 1,000-1,900 บาท มีฐานลูกค้าประมาณ 4-5 ล้านคน “ตลาดไฮเอนด์” ระดับราคา 2,000 บาทขึ้นไป และ “ตลาดพรีเมียม” ระดับราคา 5,000 บาทขึ้นไป มีฐานลูกค้า 2-4 แสนคน โดยทั้งตลาดไฮเอนด์ และตลาดพรีเมียมมีโอกาสเติบโตสูง และเป็นเป้าหมายหลักของแม็คกรุ๊ป
ขณะที่ตลาดต่ำกว่า 1,000 บาท และเกินกว่า 1,000 บาทขึ้นไป “แม็คยีนส์” เป็นผู้นำ!! ด้วยมาร์เก็ตแชร์ 40% ทั้งในแง่ยอดขายจำนวนกางเกงยีนส์และจำนวนร้านค้าปลีก-จุดขายกว่า 500 แห่งทั่วประเทศ จะเพิ่มเป็น 700 แห่งภายใน 3 ปีข้างหน้า
สุณี ย้ำว่านับจากนี้แม็คกรุ๊ปไม่ได้มองการแข่งขันในตลาดยีนส์แต่เป็นไลฟ์สไตล์แบรนด์ที่พร้อมต่อกรกับแบรนด์ข้ามชาติในเมืองไทย และก้าวทะยานออก “นอกบ้าน” ที่มีกำลังซื้อจากพลเมืองอาเซียนกว่า 600 ล้านคนรออยู่ข้างหน้า







