วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

บีโอไอปรับมาตรการส่งเสริมจว.ชายแดนใต้

บีโอไอปรับปรุงมาตรการส่งเสริมการลงทุนจว.ชายแดนภาคใต้ ลดลงเงินลงทุนเหลือ 5 แสนบาท ให้สิทธิประโยชน์สูงสุด ขยายพื้นที่ครอบคลุมสตูล สงขลา

นายประเสริฐ บุญชัยสุข รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ที่มีนายกิตติรันต์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเป็นประธานเมื่อวันที่ 13 มี.ค.2556 เห็นชอบปรับปรุงมาตรการส่งเสริมการลงทุนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยได้เพิ่มพื้นที่ที่จะได้สิทธิประโยชน์จากเดิมกำหนดไว้ 3 จังหวัด คือ ปัตตานี ยะลาและนราธิวาส และได้เพิ่มพื้นที่จังหวัดสตูลและสงขลาเฉพาะอำเภอจะนะ นาทวี สะบ้าย้อยและเทพา เข้าไปรวมเป็น 5 จังหวัด เพื่อกระตุ้นให้เกิดการลงทุนในพื้นที่มากขึ้น และได้ขยายระยะเวลาส่งเสริมการลงทุนไปถึงวันที่ 31 ธ.ค.2557

นายประเสริฐ กล่าวว่า มาตรการที่ปรับปรุงใหม่ได้ผ่อนปรนเงื่อนไขเพื่อจูงใจการลงทุนมากขึ้น โดยลดการลงทุนขั้นต่ำที่ไม่รวมค่าที่ดินและเงินทุนหมุนเวียนจาก 1 ล้านบาท เหลือ 500,000 บาท รวมทั้งอนุญาตให้นำเครื่องจักรใช้แล้วในประเทศมาใช้ในโครงการที่ขอรับส่งเสริมการลงทุนได้มีมูลค่าไม่เกิน 10 ล้านบาท และต้องลงทุนเครื่องจักรใหม่มีมูลค่าไม่น้อยกว่า 1 ใน 4 ของมูลค่าเครื่องจักรใช้แล้ว ซึ่งถ้าผู้ประกอบการรายใดต้องการใช้แรงงานต่างด้าวก็จะพิจารณาให้ใช้เป็นรายๆ

ทั้งนี้ โครงการที่ได้รับส่งเสริมการลงทุนจะได้สิทธิประโยชน์สูงสุด โดยยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลและเงินปันผล 8 ปี และภาษีเงินได้นิติบุคคลยกเว้นได้แบบไม่จำกัดวงเงิน รวมทั้งยกเว้นภาษีนำเข้าเครื่องจักรและลดภาษีนำเข้าวัตถุดิบให้ 75 %

นายอุดม วงศ์วิวัฒน์ไชย เลขาธิการบีโอไอ กล่าวว่า บีโอไอได้หารือกับศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเห็นว่าควรมีการปรับปรุงสิทธิประโยชน์เพื่อจูงใจมากขึ้น เพราะที่ผ่านมามีการลงทุนพื้นที่ดังกล่าวน้อย โดยปี 2555 มีผู้ประกอบการยื่นอขอรับส่งเสริมการลงทุนเพียง 10 ราย ส่วนใหญ่เป็นนักลงทุนในพื้นที่เพราะนักลงทุนกังวลเรื่องความปลอดภัย ซึ่งการหารือกับ ศอ.บต.พบว่าเรื่องความปลอดภัยมีผลต่อการตัดสินใจลงทุนมาก

นายอุดม กล่าวว่า การปรับปรุงมาตรการส่งเสริมการลงทุนครั้งนี้จะช่วยจูงใจให้เกิดการลงทุนมากขึ้น โดยเฉพาะการลดเงื่อนไขวงเงินลงทุนเหลือ 500,000 บาท เนื่องจากการลงทุนในพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นของเอสเอ็มอี และถ้าลดวงเงินลงทุนลงจะช่วยให้ผู้ประกอบการตัดสินใจลงทุนได้ง่ายขึ้น และการขยายพื้นที่ได้สิทธิไปจังหวัดสตูลและสงขลาที่มีความปลอดภัยมากกว่าจะทำให้ผู้ประกอบการกล้าตัดสินใจเข้าไปลงทุน ซึ่งเมื่อเข้าไปลงทุนในพื้นที่นี้มีความมั่นใจก็อาจเข้าไปลงทุนใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้