กฟน.เผยโครงการส่งเสริมปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้พลังงานในอาคาร คัดผู้ชิงรอบแรก 52 อาคาร เป็นโรงพยาบาล 12 แห่ง และไฮเปอร์มาร์เก็ต3แห่ง
ร.ศ.ดร.อภิชิต เทอดโยธิน หัวหน้าคณะทำงานมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ในฐานะผู้เนินโครงการส่งเสริมปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้พลังงานในอาคาร หรือ MEA Energy Saving Building เปิดเผยถึงความคืบหน้าโครงการส่งเสริมการปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้พลังงานในอาคาร ซึ่งเป็นโครงการจัดประกวดเพื่อค้นหาสุดยอดอาคารประหยัดพลังงานกับการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) เพื่อสร้างจิตสำนึกให้ผู้ใช้อาคารและผู้ที่เกี่ยวข้องได้ตระหนักถึงคุณค่าของการอนุรักษ์พลังงาน ส่งเสริมและกระตุ้นให้เกิดแรงจูงใจในการอนุรักษ์พลังงาน
โดยยกย่องเชิดชูอาคารให้รับตราสัญลักษณ์แสดงประสิทธิภาพการใช้พลังงานในอาคารของการไฟฟ้านครหลวงเพื่อให้เป็นตัวอย่างอาคารที่ดีในการดำเนินการอนุรักษ์พลังงานที่เป็นแบบอย่าง
สำหรับการจัดประกวดในปีแรก ได้เปิดแข่งขันอาคารใน 2 ประเภท คือ อาคารประเภทโรงพยาบาล และอาคารที่ใช้เพื่อการค้าปลีก ค้าส่ง (ไฮเปอร์มาร์เก็ต) ภายหลังการปิดรับสมัครในเดือนกุมภาพันธุ์ คณะกรรมการได้คัดเลือกอาคารที่เข้าแข่งขันในรอบแรกจำนวน 52 อาคาร ประกอบด้วย อาคารประเภทไฮเปอร์มาเก็ต 3 แห่ง ได้แก่ บิ๊กซี จำนวน 5 สาขาเทสโก้ โลตัส จำนวน 28 สาขา และสยามแม็คโคร จำนวน 7 สาขา
โดยเป็นอาคารประเภทโรงพยาบาลจำนวน 12 แห่ง แบ่งเป็น โรงพยาบาลเอกชน 8 แห่ง ได้แก่ โรงพยาบาลพญาไท 2 และ 3 โรงพยาบาลลาดพร้าว โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ รัตนาธิเบศร์ โรงพยาบาลสมุทรปราการ โรงพยาบาลนครธน โรงพยาบาลสำโรงการแพทย์ โรงพยาบาลเปาโลเมโมเรียล สมทุรปราการ ส่วนโรงพยาบาลรัฐบาล 4 แห่ง ได้แก่ โรงพยาลนพรัตนราชธานี โรงพยาบาลพระมงกุฏเกล้าโรงพยาบาลเวชการุณย์รัศมิ์ และโรงพยาบาลสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี
จากนั้นคณะกรรมการจะทยอยเข้าไปตรวจสอบและประเมินอาคารเพื่อหาผลตัดสินอาคารที่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์ที่ กฟน. กำหนด เพื่อรับรางวัลตราสัญลักษณ์แสดงประสิทธิภาพการใช้พลังงาน ใน ระดับที่ 1 “ กฟน. อาคารประหยัดพลังงาน” และประกาศผลในเดือนพฤษภาคม เพื่อนำอาคารที่ได้รับรางวัลในระดับแรกไปประกวดเพื่อค้นหาสุดยอดอาคารประหยัดพลังงาน กับ กฟน. ใน ระดับที่ 2 “ กฟน. อาคารประหยัดพลังงาน ดีเด่น” โดยอาคารที่มีคุณสมบัติครบถ้วนจะได้รับตราสัญลักษณ์แสดงประสิทธิภาพการใช้พลังงาน และอาคารใดที่มีผลงานดีเด่นสูงสุดในแต่ละประเภทอาคารจะได้รับการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการปรับปรุงการใช้พลังงานอาคารละ 2 ล้านบาท และลำดับรองลงมาประเภทอาคารละ 5 แสนบาท รวมมูลค่ารางวัล 5 ล้านบาท









