ส.ตลาดตราสารหนี้เผยต่างชาติขน 2.5 หมื่นล้าน จ่ายบอนด์อ้างอิงเงินเฟ้อ ดันบาทแข็ง ระบุเดือนก.พ.-มี.ค. แรงซื้อตราสารหนี้เริ่มแผ่ว
นางสาวอริยา ติรณะประกิจ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการสมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย เปิดเผยว่า ตลาดตราสารหนี้ในช่วง 1-2 เดือนที่ผ่านมา (ก.พ.-มี.ค.) เงินทุนไหลเข้าตลาดตราสารหนี้เริ่มชะลอตัว เมื่อเทียบกับเดือนม.ค. โดยเงินทุนที่ไหลเข้าเริ่มปรับสัดส่วนจากตราสารหนี้ระยะสั้น เป็นตราสารหนี้ระยะยาว 3 ปี 5 ปี และ 10 ปีมากขึ้น
"เดิมทีมีเงินไหลเข้าเก็งกำไรตราสารหนี้ระยะสั้นคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 80-90% แต่ในช่วงเดือนก.พ.-มี.ค. ลดสัดส่วนเหลือ 60-70% ส่วนที่เหลือย้ายไปลงทุนตราสารหนี้ระยะยบาวมากขึ้น แต่มูลค่าการซื้อขายก็ปรับตัวลดลงเช่นกัน"
นางสาวอริยา กล่าวว่า ในช่วง 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมาตลาดพันธบัตรค่อนข้างนิ่ง ขณะเดียวกันค่าเงืนบาทก็นิ่งเช่นเดียวกัน สะท้อนให้เห็นว่า เงินทุนไหลเข้าเริ่มชะลอตัว
"เท่าที่ติดตามสถานการณ์ตลาดตราสารหนี้ยังไม่เห็นสัญญาณเงินไหลออก ส่วนเงินที่ไหลเข้าก็น้อยลง เงินที่เข้าลงทุนตราสารหนี้ระยะสั้น หรือฮ็อต มันนี่ ที่เรากังวลก็น้อยลง"
ส่วนกรณีที่สถาบันจัดอันดับเครดิต ฟิทช์ เรทติ้ง มีการปรับเครดิตประเทศ เป็น BBB+ ในช่วงต้นสัปดาห์ ไม่ส่งผลกับตลาดตราสารหนี้มากนัก เพราะการปรับเครดิตประเทศ เป็นการปรับให้สอดคล้องกับ สถาบันจัดอันดับเครดิต มูดี้ส์ อินเวสเตอร์เซอร์วิส และสถาบันจัดอันดับเครดิต สแตนดาร์ดแอนด์พัวร์ (เอสแอนด์พี)
ต่างชาติขน2.5หมื่นล้านชำระบอนด์อ้างอิงเงินเฟ้อ
ส่วนภาพรวมตลาดตราสารหนี้วานนี้ (12 มี.ค.) ซื้อสุทธิ 2.8 หมื่นล้านบาท ซึ่งในจำนวนนี้เป็นเงินที่นักลงทุนต่างชาตินำมาชำระพันธบัตรอ้างอิงเงินเฟ้อจำนวน 2.5 หมื่นล้านบาท ส่วนที่เป็นการซื้อขายตราสารหนี้ปกติอยู่ที่ประมาณ 2.8 พันล้านบาท
"สาเหตุที่ค่าเงินบาทแข็งค่าน่าจะมาจากการที่นักลงทุนโยกเงินมาชำระบอนด์อ้างอิงเงินเฟ้อ เพราะปัจจัยอื่นยังไม่เห็นมีอะไรเข้ามา"นางสาวอริยา กล่าว
สำหรับยอดลงทุนตราสารหนี้ของนักลงทุนต่างชาติ ในเดือนม.ค.ซื้อสุทธิอยู่ที่ 1.1 แสนล้านบาท เดือนก.พ.ซื้อสุทธิ 8 หมื่นล้านบาท ขณะที่ในเดือนมี.ค. (1-8 มี.ค.) ซื้อสุทธิ 2.3 พันล้านบาท








