วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

วรรณมองแนวโน้มหุ้นไทยมีโอกาสแตะ1,650

บลจ.วรรณมองแนวโน้มค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่า ดันเงินไหลเข้าเอเชีย คาดตลาดหุ้นไทยปี"56 มีโอกาสทะยานแตะ 1,650 จุด

นายวิน อุดมรัชตวนิชย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม วรรณ จำกัด กล่าวว่า ในปีนี้ตลาดหุ้นไทยได้รับความสนใจจากนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศมาก ตลาดหุ้นยังมีแรงสนับสนุนจากปัจจัยภายนอกประเทศทั้งค่าเงินสหรัฐที่อ่อนตัวลง ทำให้ค่าเงินในภูมิภาคเอเชียแข็งค่าขึ้น โดยมีความเป็นไปได้สูงที่จะเห็นดัชนีตลาดหุ้นไทยแตะระดับ 1,650 จุดในปี 2556

ส่วนตลาดตราสารหนี้แม้ว่าอัตราผลตอบแทนจากการลงทุนจะไม่จูงใจนัก แต่บลจ.วรรณ เห็นว่า ตราสารหนี้เอเชียยังเป็นการลงทุนที่สร้างโอกาสผลตอบแทนที่ดี เมื่อเปรียบเทียบโอกาสของผลตอบแทนและความเสี่ยงต่างๆ อาทิเช่น ความเสี่ยงทางด้านการผิดชำระหนี้ (Credit Risk) ของทางฝั่งสหรัฐฯและยุโรปประกอบกับยังมีปัจจัยบวกที่สนับสนุนการเติบโตของตลาดตราสารหนี้เอเชียคือ การที่อัตราดอกเบี้ยนโยบายของสหรัฐฯ และประเทศในสหภาพยุโรปบางประเทศยังอยู่ในระดับต่ำ และการเติบโตของเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ยังต้องมีการฟื้นตัวอีกระยะ ทำให้พื้นฐานเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชียดูน่าสนใจกว่า

ในกลุ่มผู้ลงทุนที่ลงทุนในกองทุน roll over ซึ่งปัจจุบันอัตราผลตอบแทนอยู่ในระดับต่ำ บลจ.วรรณ แนะนำให้กระจายการลงทุนในกองทุนเปิด วรรณ โกลบอล ออพพอร์ทูนิตี้ บอนด์ ฟันด์ (1GLOBALBOND) และกองทุนเปิด วรรณ โกลบอล ออพพอร์ทูนิตี้ บอนด์ ดิวิเดน ฟันด์ (1GLOBALBOND-D) ซึ่งเป็นกองทุนรวมหน่วยลงทุนประเภทตราสารหนี้ (Fund of Fund) ใช้กลยุทธ์การเลือกลงทุนในกองทุนตราสารหนี้ต่างประเทศให้เหมาะสมกับภาวะการลงทุนเพื่อสร้างโอกาสรับผลตอบแทนที่ดีจากการลงทุนในแต่ละช่วง และในหลายๆ สถานการณ์

ปัจจุบัน กองทุน Global Bond ยังเน้นลงทุนในกองทุนตราสารหนี้เอเชียของบริษัทจัดการชั้นนำทั่วโลก เช่น Templeton Asian Bond Fund, Schroder Asian local bond fund, Legg Mason Asian Opportunities Fund, Blackrock Asian local bond fund เนื่องจากคาดว่าการเติบโตทางเศรษฐกิจของเอเชียยังอยู่ในระดับสูงและมีความได้เปรียบจากในเรื่องค่าเงินจากภาวะเงินลงทุนไหลเข้า

ทั้งนี้ กองทุนที่ลงทุนดังกล่าว ได้ผ่านการคัดเลือกจากบริษัททั้งในด้านทีมผู้จัดการกองทุนที่มีความน่าเชื่อถือ มีความรู้ ความสามารถ และกองทุนมีผลตอบแทนสม่ำเสมอ โดยเฉพาะผลตอบแทนปรับด้วยความเสี่ยงของกองทุนอยู่ในระดับที่ดี รวมถึงขนาดของกองทุนที่ไม่เล็กเกินไป ทำให้มีความคล่องตัวในการการซื้อขายกองทุน และค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่กองทุนเรียกเก็บมีความเหมาะสม