วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

แบงก์ชาติชี้ดอกเบี้ยต่ำทำลายเศรษฐกิจ

แบงก์ชาติระบุนโยบายดอกเบี้ยต่ำเป็น"ประชานิยม"รูปแบบหนึ่ง เหตุจูงใจให้เกิดการบริโภคเกินตัว สุดท้ายทำลายเศรษฐกิจทั้งระบบ

นายทรงธรรม ปิ่นโต ผู้อำนวยการสำนักนโยบายการเงิน สายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า แม้ฐานะการคลังของประเทศ ที่ขณะนี้ เรามีหนี้อยู่ 45%ของจีดีพี (ผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติ) ซึ่งถือว่าต่ำ แต่สาเหตุที่น่ากลัว เพราะหลายฝ่ายคิดว่าจะไม่ต่ำอย่างนี้ไปตลอด โดยบทเรียนจากกรีซทำให้เห็นว่า รายจ่ายบางประเภทเมื่อขยับขึ้นไปแล้วไม่สามารถลดได้ ทำให้ตัวเลขหนี้พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วโดยไม่รู้ตัว และสุดท้ายก็เกิดปัญหากับเศรษฐกิจทั้งระบบ

ทั้งนี้ สถานะของประเทศไทยที่ผ่านมานั้น ด้านรายจ่ายเพิ่มประมาณ 9%ต่อปี แต่รายได้หรือรายรับอยู่ที่ 6%ต่อปี ขณะที่ หนี้ส่วนใหญ่เกิดขึ้นจากรายจ่ายประจำ แต่ความสามารถในการหารายได้ของประเทศค่อนข้างน้อยเพราะฐานภาษีต่ำมาก ฉะนั้น หนี้จึงเพิ่มขึ้นทุกวัน และเป็นหนี้ผูกพันแทบทั้งสิ้น

"การที่ฝ่ายการเมืองทำงบประมาณแบบสมดุลหรือขาดดุลน้อยลง เช่น จาก 3.5 แสนล้านบาท เป็น 3 แสนล้านบาทนั้น ดูเผินๆ อาจจะดี แต่การก่อหนี้ยังมีข้อยกเว้นอีกมากมาย โดยการจัดทำร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปี กฎหมายบังคับเอาไว้ว่า ภาระหนี้ต่องบประมาณต้องไม่เกิน 20% ฉะนั้น ทุกรัฐบาลที่เสนอร่าง พ.ร.บ.งบประมาณก็จะเสนอไม่เกินไปกว่านี้ แต่ยังมีข้อยกเว้นอื่นที่สังคมยังไม่รู้ เช่น กู้ต่างประเทศได้อีก 10% ของงบประมาณ ค้ำประกันเงินกู้รัฐวิสาหกิจอีก 20% เอาแค่ 3 ส่วนนี้รวมกันก็ 50% ของงบประมาณแล้ว ยังไม่นับการออกกฎหมายพิเศษเพื่อกู้เงินอีก สุดท้ายเมื่อหนี้ระเบิด เศรษฐกิจก็พัง"

เขากล่าวและว่า ประชานิยมไม่ได้สร้างหนี้เฉพาะกับภาครัฐ แต่สร้างให้เอกชนก็ได้ เช่น โครงการรถคันแรก เป็นต้น ปัจจุบันหนี้ครัวเรือนไทยพุ่งสูงถึง 70% ของจีดีพี

นายทรงธรรมได้แบ่งประเภทของนโยบายประชานิยมออกเป็น 4 รูปแบบ คือ 1.ประชานิยมที่สร้างภาระทางตรง เช่น การขึ้นเงินเดือนข้าราชการ ดำเนินนโยบายไปแล้วเห็นผลทันที มองเห็นภาระทางการคลังทันที อย่างนี้ไม่ค่อยน่ากลัว 2.ประชานิยมที่สร้างภาระแอบแฝง เช่น จำนำข้าว ตอนนี้ยังไม่เห็นผล แต่ถ้าขาดทุนต่อเนื่อง 5 ปี สุดท้ายก็จะกลับมาเป็นภาระทางภาษีของประชาชนทุกคน 3.ประชานิยมด้วยการแทรกแซงตลาด เช่น การอุดหนุนราคาน้ำมันดีเซล 5 บาทต่อลิตร สร้างภาระถึงแสนล้านบาทต่อปี เงินจำนวนนี้สร้างรถไฟฟ้าได้ 2 สาย และ 4.ประชานิยมโดยใช้นโยบายการเงิน ซึ่งเป็นประชานิยมที่ทำโดยประชาชนไม่รู้ตัวเลย

"การใช้นโยบายการเงิน เช่น ดอกเบี้ยต่ำเกินไปไม่ใช่เรื่องดี อย่างปัจจุบันดอกเบี้ยนโยบายอยู่ที่ 2.75 แต่เงินเฟ้อ 3% เท่ากับดอกเบี้ยติดลบอยู่แล้ว การที่ดอกเบี้ยต่ำโดยไม่จำเป็นเช่นนี้ เท่ากับเป็นประชานิยมอย่างหนึ่ง ซึ่งสังคมมองไม่เห็น เมื่อดอกเบี้ยต่ำ คนก็ใช้จ่ายมาก หนี้ครัวเรือนก็จะพุ่งสูง เมื่อคนใช้จ่ายมาก ความต้องการซื้อมาก สินค้าผลิตไม่ทัน ก็เป็นการสร้างเงินเฟ้อ เมื่อเงินเฟ้อสูง ต้นทุนการผลิตสินค้าเพื่อส่งออกก็เพิ่มขึ้น เท่ากับเป็นการลดขีดแข่งขันของประเทศ และกระทบต่อการเติบโตอย่างยั่งยืนของเศรษฐกิจไทย" ผู้อำนวยการสำนักนโยบายการเงิน ธปท. กล่าว