"บล.ทรีนีตี้"ปรับเป้าดัชนีตลาดหุ้นไทยปีนี้ขึ้นเป็น 1,800 จุด คาดเม็ดเงินต่างชาติไหลเข้าอีก
นายวิศิษฐ์ องค์พิพัฒนกุล กรรมการผู้จัดการ บล.ทรีนีตี้ เปิดเผยว่า วิเคราะห์ของบริษัทได้ปรับเป้าดัชนีหุ้นไทยปีนี้ จากเดิม 1,650 จุดเป็น 1,800 จุด เพราะคาดเม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติที่แท้จริง ยังไม่เข้ามาลงทุนในตลาดหุ้นไทยเต็มที่ โดยแนะนำให้ซื้อเมื่อราคาอ่อนตัว เพราะมีโอกาสที่นักลงทุนต่างชาติจะขายทำกำไร เนื่องจากการดัชนีหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้นมามาก ทำให้ส่วนต่างระหว่างผลตอบแทนเงินปันผลของดัชนีหุ้นไทย กับเงินปันผลของดัชนีเอสแอนด์พี (S&P) สหรัฐอเมริกา อยู่เพียงระดับ 0.5% ซึ่งต่ำสุดรอบ 10 ปี ทำให้นักลงทุนต่างประเทศ มีโอกาสขายทำกำไรในตลาดหุ้นไทย และนำเงินกลับไปลงทุนในตลาดหุ้นสหรัฐอเมริกาได้ โดยเฉพาะช่วงปิดไตรมาส 1 ถึงต้นไตรมาส 2
เขากล่าวต่อว่า แม้ปัจจัยทั้งในและต่างประเทศ จะทำให้ตลาดหุ้นไทยมีโอกาสปรับตัวสูงขึ้น แต่ต้องระมัดระวังความเสี่ยงจากปัจจัยต่างประเทศอื่นๆ ที่อาจทำให้ตลาดหุ้นไทยลดความร้อนแรงลง โดยเดือนมี.ค.นี้มีปัจจัยที่ต้องติดตามคือ หน่วยงานป้องกันการฟอกเงิน หรือ แฟตเอฟ (FATF) ซึ่งจัดตั้งโดยกลุ่มประเทศ G7 มีมติถอนชื่อไทยออกจากประเทศ ที่มีความเสี่ยงร้ายแรงด้านการฟอกเงิน และการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย ซึ่งน่าจะประกาศอย่างเป็นทางการเดือนมิ.ย.นี้
นอกจากนี้มูลค่าการซื้อขายหุ้นไทยที่เฉลี่ยอยู่ 5-6 หมื่นล้านบาทต่อวัน จะช่วยให้กลุ่มธุรกิจหลักทรัพย์ปรับตัว ดีกว่าตลาดได้ โดยมองมูลค่าการซื้อขายของตลาดจะยืนที่ระดับนี้ไปอีก 3-6 เดือนข้างหน้า
ทั้งนี้ฝ่ายวิเคราะห์ของบริษัท ออกบทวิเคราะห์แนะนำให้นักลงทุนได้เลือกลงทุนเดือนมี.ค. โดยแบ่งพอร์ตการลงทุนเป็น 3 ประเภท ระยะเวลาการลงทุน 1 เดือน ประกอบด้วย 1.พอร์ตการลงทุนอนุรักษนิยม แนะนำให้นักลงทุนถือเงินสด 30% ลงทุนในหุ้น 40% ลงทุนในตราสารหนี้ 30% และงดการลงทุนในทองคำ
2. พอร์ตการลงทุนเชิงรุก แนะนำให้นักลงทุนถือเงินสด 10% ลงทุนในหุ้น 60% ลงทุนในตราสารหนี้ 20% และลงทุนในทองคำ 10% และ 3. พอร์ตการลงทุนแบบผสม แนะนำให้นักลงทุนถือเงินสด 20% ลงทุนในหุ้น 50% ลงทุนในตราสารหนี้ 25% และลงทุนในทองคำ 5%
จากสติถิที่บล.ทรีนีตี้ แนะนำการลงทุนในลักษณะนี้ ตั้งแต่ปี 2553 โดยนักลงทุนที่ซื้อขายหุ้นตามคำแนะนำตามพอร์ทโฟลิโอของ The Big Picture ตั้งแต่ต้น จะได้รับผลตอบแทนทั้งหมด 386.6% ในระยะเวลา 32 เดือน เทียบกับผลตอบแทนดัชนีที่ปรับขึ้น 93.4%






