การย่อตัวช่วงสั้นเกิดขึ้นได้ แต่ถ้ายังเหวี่ยงเหนือ 1,540 จุดได้ คงเป้า มี.ค.ไว้ที่ 1,600 จุด
SET View
- ประเด็นหลักวันนี้ เรายังคงมองว่าทิศทางของตลาดหุ้นสหรัฐยังคงเป็นขาขึ้นในระยะสั้นต่อไปได้ ซึ่งจะเป็นปัจจัยบวกโดยตรงกับตลาดหุ้นไทยด้วย หลังจากที่คืนที่ผ่านมาเฟดประกาศผล Stress Test ในปี 2556 ออกมาพบว่ามี 17 จาก 18 ธนาคารขนาดใหญ่ของสหรัฐที่ผ่านการทดสอบ หรือจะมีระดับเงินกองทุนขั้นที่ 1 (Tier 1) มากกว่า 5% ในกรณีเลวร้ายคือตัวเลขจีดีพีสหรัฐกลับไปติดลบ และอัตราการว่างงานขึ้นไปที่ 12.1% ขณะที่ล่าสุดผลสำรวจความเชื่อมั่นนักลงทุนในสหรัฐจาก AAII ระบุว่าในสัปดาห์ที่ผ่านมา (สิ้นสุด 6 มี.ค.2556) สัดส่วนนักลงทุนต่างชาติที่เชื่อว่าตลาดหุ้นสหรัฐยังคงเป็นขาขึ้นปรับตัวเพิ่มขึ้น 2.7% WoW มาอยู่ที่ 31.1% แม้ว่าจะยังคงต่ำกว่าสัดส่วนนักลงทุนที่เชื่อว่าตลาดหุ้นสหรัฐกลับมาเป็นขาลงแล้วที่ 38.5% แต่เราประเมินว่าในสัปดาห์หน้าผลสำรวจมุมมองของนักลงทุนจะปรับตัวขึ้นอีก เนื่องจากการที่ล่าสุดอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปีของสหรัฐปรับตัวขึ้นมาแล้วราว 14 bps ตั้งแต่ 1 มี.ค.2556 ซึ่งเป็นวันที่การลดการใช้จ่ายอัตโนมัติของสหรัฐมีผลบังคับใช้ เป็นตัวชี้วัดสำคัญที่สะท้อนให้เห็นระดับการยอมรับความเสี่ยง (Risk Appetite) ที่สูงขึ้น
- แม้ว่าหลังจากการที่สำนักข่าว Bloomberg ออกมาเปิดเผยวานนี้ว่ามีหนึ่งในรองผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ระบุว่า ธปท. มีแผนที่จะนำเงินสำรองระหว่างประเทศไปลงทุนในพันธบัตรของจีนผ่านโปรแกรม QFII เพิ่มขึ้น แทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐที่ Yield ต่ำมาก แต่ปัจจัยดังกล่าวยังคงไม่ส่งผลกระทบต่อทิศทางของค่าเงินบาทที่ล่าสุดยังคงมีแนวโน้มแข็งค่าต่ำกว่าระดับ 30 บาท/ดอลลาร์สหรัฐอย่างต่อเนื่อง และไม่น่าจะเกี่ยวข้องกับการที่นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิออกมา 430 ล้านบาทวานนี้ด้วย
- กลยุทธ์การลงทุนระยะสั้น (1-2 สัปดาห์) กรณีที่ SET ยังคงปิดไม่ต่ำกว่า 1,540 (+/-5) จุด แนะนำ “อ่อนตัวซื้อ” หรือ “ถือ” โดยมีเป้าหมายก่อนจบ มี.ค.2556 ราว 1,600 จุด ในหุ้น KBANK, SCB, TRUE, JAS, INTUCH, DTAC, SCC, AMATA, QH, SPALI และ CK






