เอเชีย เอวิเอชั่นมุ่งแผนเพิ่มยอดความถี่เที่ยวบินหลังผลตอบรับเที่ยวบินไปจีนล้นหลาม พร้อมปรับแผนฝูงบิน 5 ปีมีเครื่องบินเพิ่มเป็น 53 ลำ
นายทัศพล แบแลเว็ลด์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอเชีย เอวิเอชั่น จำกัด (มหาชน) (AAV) ผู้ประกอบธุรกิจด้านการลงทุนโดยการถือหุ้นในบริษัทอื่น (Holding Company) โดยในปัจจุบัน บริษัทถือหุ้นใน บริษัท ไทยแอร์เอเชีย จำกัดเพียงแห่งเดียว เปิดเผยว่า แผนการดำเนินหลักปีนี้บริษัทจะเน้นการเพิ่มเที่ยวบินในเส้นทางการบินที่มีความต้องการค่อนข้างมากเป็นหลัก ทั้งในและต่างประเทศ หลังจากที่เปิดเส้นทางการบินใหม่ในประเทศจีนเมื่อปีที่แล้วและพบว่าความต้องการค่อนข้างสูง
จากความต้องการเดินทางที่สูงขึ้นเกือบทุกเส้นทางที่บริษัทให้บริการอยู่ ทำให้บริษัทปรับแผนฝูงบิน 5 ปี (2555-2559) เป็นมีเครื่องบินในปี 2559 จำนวน 53 ลำ เพิ่มขึ้นจากแผนเดิมที่คาดว่าจะมีเครื่องบิน 48 ลำ โดย ณ สิ้นปี 2555 ที่ผ่านมา บริษัทมีเครื่องบินทั้งสิ้น 27 ลำ ในปี 2556 จะรับมอบเครื่องบิน 7 ลำ และรับมอบอีก 7 ลำในปี 2557 ส่วนปี 2558-2559 จะรับมอบเครื่องบินปีละ 6 ลำ
"บริษัทเพิ่งมีแผนที่จะปรับเพิ่มฝูงบินเป็น 53 ลำ จากเดิม 48 ลำ ซึ่งเป็นการมองเห็นถึงโอกาสในการเพิ่มเที่ยวบิน ซึ่งจะส่งผลทำให้จำนวนผู้โดยสารเพิ่มมากขึ้นตามแนวโน้มทิศทางของเศรษฐกิจในประเทศจีนและแถบอินโดจีนที่ปรับตัวดีขึ้น"
นายทัศพลกล่าวว่า กระแสเงินสด ณ สิ้นปี 2555 อยู่ที่ 6,200 ล้านบาท ซึ่งค่อนข้างเพียงพอกับเงินสำหรับการซื้อและเช่าเครื่องบินที่จะเข้ามาในอนาคต เนื่องจากมีต้นทุนเพียงเงินดาวน์เท่านั้น ส่วนเงินผ่อนจะมาจากการกู้สถาบันการเงิน ซึ่งบริษัทยังมีความสามารถในการกู้อีกมาก
ทั้งนี้ ในระยะ 1-2 ปี บริษัทมีแผนจะเก็บกระแสเงินสดภายในบริษัทเพิ่มเป็น 10,000 ล้านบาท และในระยะถัดไป เมื่อฐานรายได้ของบริษัทมีการเติบโตเพิ่มขึ้น บริษัทได้วางนโยบายให้มีกระแสเงินสดภายในบริษัทประมาณ 40-45% ของรายได้ ทั้งนี้ มีวัตถุประสงค์ในการเก็บกระแสเงินสดเพิ่มเพื่อใช้สำรองค่าใช้จ่ายน้ำมัน เนื่องจากในอดีตบริษัทรับผลขาดทุนเพราะราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นมากจาก 100 เหรียญ/บาร์เรล เป็น 140 เหรียญ/บาร์เรล ทั้งนี้ การประกาศงดจ่ายเงินปันผล 3 ปีที่ได้ระบุในหนังสือชี้ชวนในคราวที่เสนอขายห้น IPO ก็เป็นหนึ่งในวิธีการ
นายทัศพลกล่าวเพิ่มว่า รายได้รวมปี 2556 คาดว่าจะเติบโต 20-25% จากปีก่อนที่มีรายได้ 1.9 หมื่นล้านบาท ซึ่งสูงขึ้นกว่าเดิมที่คาดว่าจะเติบโตตามภาพรวมอุตสาหกรรม เนื่องจากปีนี้บริษัทจะมีจำนวนเครื่องบินเพิ่มขึ้นในปีนี้ 7 ลำ เป็น 34 ลำ จากสิ้นปี 55 อยู่ที่ 27 ลำ ขณะเดียวกัน คาดว่าผู้โดยสารจะเพิ่มเป็น 10 ล้านคนจาก 8.3 ล้านคนในปีก่อน รวมทั้งเปิดเส้นทางบินใหม่ พร้อมเพิ่มความถี่เส้นทางบินเดิม ขณะเดียวกัน บริษัทพยายามรักษาอัตรากำไรสุทธิ (Net Profit Margin) 10-15% ขึ้นอยู่กับราคาน้ำมันในแต่ละปี โดยในปีก่อนมีอัตรากำไรสุทธิ 10%
แนวโน้มผลประกอบการในไตรมาส 1/2556 คาดว่าจะมีอัตราขนส่งบรรทุผู้โดยสาร (cabin factor) ในระดับ 82% ขึ้นไป ซึ่งดีกว่าไตรมาสเดียวกันของปีก่อนที่ได้รับผลกระทบน้ำท่วมอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ไตรมาสแรกปีนี้อากาศหนาวเย็นนาน ทำให้ฤดูกาลท่องเที่ยวนานขึ้น และตลาดการท่องเที่ยวของไทยดีขึ้นมาก
นอกจากนั้น ในปีนี้บริษัทตั้งเป้าเพิ่มรายได้จากบริการเสริมให้เท่ากับปี 2554 ที่อยู่ในระดับ 383 บาท/ราย เพิ่มขึ้น 15-16% จากปี 2555 ที่ปรับลดลงเหลือ 354 บาท/ราย






