"โสภณ"ห่วงเก็งกำไรอสังหาฯ พบมีความเปราะบาง เผยปี 55 มีบ้าน 4.3 แสนหน่วย สร้างเสร็จแค่ 35% แนะหามาตรการคุ้มครองผู้บริโภค หากตลาดล้มครืน
นายโสภณ พรโชคชัย ประธานกรรมการบริหาร ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทยบริษัท เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส จำกัด (AREA) เปิดเผยผลสำรวจของศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทยฯ พบว่า ณ สิ้นปี 2555 ในโครงการที่นำเสนอขายทั้งหมดประมาณ 1,400 โครงการมีหน่วยขายอยู่ทั้งหมด 437,043 หน่วย ในจำนวนนี้ขายไปแล้ว 308,109 หน่วย หรือ 70%
ในรายละเอียดพบว่า จากจำนวนบ้าน 437,043 หน่วยนี้ เสร็จ 100% แล้วมีเพียง 35% ส่วนที่จะเสร็จในปี 2556 มี 29% อีก 26% จะเสร็จในปี 2557 และอีก 10% จะเสร็จในปี 2558 ที่เปราะบางมากคือบ้านเดี่ยว ในจำนวน 97,921 หน่วยที่สำรวจนั้น แม้ส่วนใหญ่ขายไปแล้ว แต่มีเพียง 29% ที่แล้วเสร็จในปี 2555 หรือแล้วเสร็จก่อนหน้านี้ ส่วนที่อยู่อาศัยอื่น ได้แก่ บ้านแฝด ทาวน์เฮ้าส์ ตึกแถว และห้องชุด ก่อสร้างแล้วเสร็จภายในปี 2555 มีสัดส่วนเป็น 31% 32% 54% และ 38% ตามลำดับ
"ที่อยู่อาศัยสร้างเสร็จ 100% เพียง 35% นอกนั้นกำลังก่อสร้าง แสดงว่าหากเกิดอะไรขึ้นกับตลาดที่อยู่อาศัย ตลาดจะล้มครืนลงทันที ชาวบ้านที่ซื้อบ้านจะได้แต่สัญญาซื้อขายหรือเสาบ้านต่างหน้า แต่ยังโชคดีที่ตลาดตอนนี้ยังไม่ได้ย่ำแย่อะไร อย่างไรก็ตาม ทางราชการควรมีมาตรการคุ้มครองผู้บริโภคตามมาตรฐานนานาชาติ" นายโสภณ ระบุ
ทั้งนี้ เห็นว่า ควรมีการบังคับใช้มาตรการคุ้มครองเงินดาวน์ของคู่สัญญาตามพระราชบัญญัติการดูแลผลประโยชน์ของคู่สัญญา พ.ศ. 2551 ตามหลักการของพระราชบัญญัติฉบับนี้ เงินดาวน์ของผู้ซื้อบ้านจะได้รับการคุ้มครอง จะก่อให้เกิดปัญหาแก่ผู้ซื้อบ้านไม่ได้ และหากมีปัญหาผู้ซื้อบ้านจะได้รับการชดใช้คืนก่อน ยิ่งหากทางราชการมุ่งหวังจะให้ต่างชาติมาลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย ก็ควรมีมาตรการคุ้มครองเงินดาวน์ของคู่สัญญา เพื่อความมั่นใจของนักลงทุน
นอกจากนี้ ทางราชการยังอาจพิจารณาให้ผู้ซื้อบ้านวางเงินดาวน์ในอัตราที่สูงกว่าปัจจุบันนี้ เช่น 15-20% ของมูลค่าบ้าน และตรวจสอบราคาประเมินที่ใช้เพื่อการอำนวยสินเชื่อว่า เป็นราคาที่สูงเกินจริงหรือไม่ ไม่เช่นนั้นก็เท่ากับสถาบันการเงินมุ่งอำนวยสินเชื่อโดยสร้างความเสี่ยงต่อระบบสถาบันการเงินเอง







