วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

อาเซียนเล็งออกมาตรการเอดีสกัดเหล็กจีน

ชาติอาเซียนเล็งออกมาตรการปกป้องอุตสาหกรรมเหล็กในประเทศ หลังถูกเหล็กราคาถูกจากจีน-เกาหลีใต้เข้ามาทุ่มตลาด

สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า ผู้ผลิตเหล็กในประเทศไทย กำลังพิจารณาอย่างละเอียดถึงเงื่อนไขการนำเข้าแผ่นเหล็กเคลือบดีบุก และแผ่นเหล็กไม่เคลือบดีบุกว่าได้รับการปฏิบัติด้านการค้าอย่างเป็นธรรมหรือไม่ โดยหลายเดือนที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่จากประเทศเพื่อนบ้านของไทย อาทิ อินโดนีเซีย และมาเลเซีย ได้เริ่มดำเนินการสอบสวนข้อร้องเรียนถึงพฤติกรรมทุ่มตลาดในแผ่นเหล็กเคลือบดีบุกของเหล่าผู้ผลิตในประเทศต่างๆ รวมถึง จีน และเกาหลีใต้ ซึ่งสร้างความไม่เป็นธรรมในการแข่งขันและ สร้างความเสียหายให้กับผู้ผลิตเหล็กในประเทศ

"ผลิตภัณฑ์ที่ถูกมองว่ามีพฤติกรรมทุ่มตลาด อาทิเช่น การขายในประเทศอื่นในราคาที่ต่ำกว่ามูลค่าปกติ ราคาส่งออกไปยังประเทศอื่นๆ ต่ำกว่าราคาเปรียบเทียบในสินค้าชนิดเดียวกัน" เมื่อไม่มีสินค้าชนิดเดียวกันจำหน่ายในตลาดท้องถิ่นของประเทศที่ส่งออก ทำให้การขายไม่ได้รับการเปรียบเทียบอย่างเหมาะสม ส่วนต่างของการทุ่มตลาด ควรถูกกำหนดด้วยการเปรียบเทียบกับราคาเปรียบเทียบกับผลิตภัณฑ์ประเทศเดียวกันเมื่อส่งออกไปยังประเทศที่ 3 ที่เหมาะสม

นายนาวา จันทนสุคน ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทสหวิริยาสตีล อินดัสตรี จำกัด (มหาชน) (SSI) เอสเอสไอ กล่าวว่า เอสเอสไอ ได้ยื่นคำร้องเพื่อสกัดการค้าไม่เป็นธรรมในเหล็กแผ่นรีดร้อนชนิดม้วน และเมื่อเดือนธ.ค.ปี 2555 กรมการค้าต่างประเทศได้ประกาศเปิดการไต่สวนการนำเข้าสินค้าเหล็กแผ่นรีดร้อนเจืออัลลอยด์ที่มีปริมาณเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นมาตรการทางการค้าภายใต้พระราชบัญญัติมาตรการปกป้องจากการนำเข้าสินค้าที่เพิ่มขึ้น พ.ศ. 2550 หรือที่เรียกว่า "มาตรการเซฟการ์ด" และได้ประกาศมาตรการเก็บภาษีทุ่มตลาดต่อ แผ่นเหล็กเคลือบอะลูมิเนียม และสังกะสีที่นำเข้ามา พร้อมดำเนินการสอบสวนข้อกล่าวหาทุ่มตลาดต่อเหล็กแผ่นรีดเย็น

"มาตรการปกป้องอุตสาหกรรมเหล็กของไทยเป็นสิ่งที่หลายประเทศดำเนินการที่ปกป้องอุตสาหกรรมในประเทศเพื่อสร้างเป็นธรรมในการแขังขัน"

โดยปริมาณนำเข้าเพิ่มจาก 234,124 ตันในปี 2552 ได้เพิ่มเป็น 403,762 ตันในปี 2553 และ 793,811 ตันในปี 2554 และเฉพาะครึ่งปีแรกของปี 2555 นำเข้าถึง 583,076 ตัน หรือเฉลี่ยเดือนละกว่า 97,000 ตัน ซึ่งมากเป็น 5 เท่าตัวของปริมาณนำเข้าเฉลี่ยต่อเดือนในปี 2552 ทำให้ผู้ผลิตเหล็กแผ่นรีดร้อนในประเทศเสียหายอย่างมาก สำหรับกลุ่มผู้ผลิต 5 บริษัท ได้แก่ บริษัทเอสเอสไอ บริษัทสหวิริยาเพลทมิล จำกัด (มหาชน), บริษัทจี สตีล จำกัด (มหาชน), บริษัทจี เจ สตีล จำกัด (มหาชน) และบริษัทแอลพีเอ็น เพลทมิล จำกัด (มหาชน)