"เพาเวอร์บาย" ทุ่มพันล้าน ผุด 11 สาขาในต่างจังหวัดรับกำลังซื้อหลายเมืองโตต่อเนื่อง ขณะเดียวกันทยอยปิดสาขาที่ไม่มีศักยภาพ
นางสาวสอางทิพย์ อมรฉัตร ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ฝ่ายการตลาด บริษัท เพาเวอร์บาย จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทได้เตรียมงบประมาณลงทุน 1,000 ล้านบาท ขยายสาขาร้านเพาเวอร์บาย 11 สาขา เป็นรูปแบบแสตนด์อะโลน 4 สาขา และที่เหลือ 7 สาขาในศูนย์การค้า จากปัจจุบันที่มีอยู่ 82 สาขา และหากขยายได้ตามเป้าจะทำให้สิ้นปีนี้มีสาขารวมทั้งสิ้น 93 สาขาทั่วประเทศ โดยจะมุ่งเน้นขยายสาขาตามหัวเมืองในจังหวัดใหญ่ๆ ที่มีศักยภาพและกำลังซื้อสูง เพราะมองว่าเศรษฐกิจในต่างจังหวัดเริ่มมีการเติบโตขึ้นต่อเนื่อง โดยปีที่ผ่านมาได้เปิดสาขาไปแล้วที่โรบินสัน จ.กาญจนบุรี และกำลังเปิดสาขา จ.อุบลราชานี ในวันที่ 5 เม.ย. นี้ รวมถึงสาขาที่จะเปิดต่อไปที่ จ.อุดรธานี รูปแบบสแตนอะโลน ซึ่งจะใช้งบลงทุนราว 100 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาเพาเวอร์บาย ได้ทยอดปิดร้านที่ตั้งอยู่ในร้านไทวัสดุ ที่มีอยู่ 5 สาขา หลังจากที่ได้ปิดสาขาโรบินสัน ลาดหญ้า และคลอง 6 ไปก่อนหน้านี้ เนื่องจากรูปแบบร้านไทวัสดุไม่ตรงกับกลุ่มสินค้าเพาเวอร์บายที่ขายเครื่องใช้ไฟฟ้า
ทั้งนี้ ได้เตรียมงบการตลาดปีนี้ 400 ล้านบาท โฆษณาประชาสัมพันธ์ รวมถึงจัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย ล่าสุดจัดแคมเปญส่งเสริมการขายสินค้าหน้าร้อนเร็วกว่าที่กำหนด โดยร่วมมือกับสถาบันการเงินต่างๆ จัดแคมเปญ “คูลลิ่ง แฟร์” ระหว่างวันที่ 7 มี.ค. - 3 เม.ย. นี้ รวบรวมเครื่องปรับอากาศ มากกว่า 15 แบรนด์ ลดราคาสูงสุด 25% ผ่อน 0% นานสูงสุด 10 เดือน สำหรับลูกค้าซิตี้แบงก์ ทั้งนี้ ตั้งเป้าว่าจะมียอดขายจากเครื่องปรับอากาศในช่วงเดือน มี.ค. กว่า 300 ล้านบาท จากยอดขายทั้งเดือน มี.ค. ของเพาเวอร์บาย 2,000 ล้านบาท
ภาพรวมตลาดเครื่องปรับอากาศปีนี้ มองว่าจะมีการเติบโตประมาณ 10-15% หรือคิดเป็นมูลค่า 1.5 หมื่นล้านบาท มาจากการเติบโตของภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของไทย ทั้งคอนโดมิเนียม และบ้านจัดสรร ที่ขยายตัวตามแนวรถไฟฟ้า
ขณะที่เพาเวอร์บายปีนี้ถือว่ามีการเติบโตสูงกว่าตลาด หรือ 40% เป็นผลมาจากสภาพอากาศที่ร้อนเร็วกว่าทุกปี โดยเฉพาะสินค้าในกลุ่มอินเวอร์เตอร์ รุ่นที่ประหยัดพลังงาน และรุ่นเพื่อสุขภาพทีมียอดขายที่ดีขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะ 3 อันดับแรกที่ขายดียังคงเป็นแบรนด์มิตซูบิชิ ตามด้วย ไดกิ้น และซัมซุง เพราะผู้บริโภคหันมาใส่ใจสภาพแวดล้อมและสุขภาพมากขึ้น แม้ว่าจะมีราคาที่สูงกว่ารุ่นปกติก็ตาม ขณะที่สินค้าไฟท์ติ้งยังมีกำลังซื้อต่อเนื่องเนื่องจากราคาที่ถูกกว่า ส่วนผลประกอบการปีที่ผ่านมีรายได้ 1.9 หมื่นล้านบาท และตั้งเป้ารายได้ปีนี้ไว้ที่ 2.3 หมื่นล้านบาท เติบโตจากปีก่อน 15%
“ซัพพลายเออร์ต่างๆ กลับมาผลิตได้อีกครั้ง หลังจากประสบภาวะสินค้าขาดตลาด จากเหตุการณ์น้ำท่วม ประกอบกับมีแบรนด์สินค้าจากประเทศจีนเข้ามาทำตลาด ทำให้มั่นใจว่าปีนี้สินค้าจะไม่ขาดตลาดเหมือนปีก่อน ขณะเดียวกัน เพาเวอร์บายได้เตรียมสต็อกสินค้าจำนวนมาก โดยเฉพาะรุ่นที่ลูกค้าต้องการ ทั้งรุ่นขายดีขนาดตั้งแต่ 8,000-13,000 บีทียู และ 18,000 บีทียู” นางสาวสอางทิพย์ กล่าว





