ขอนำมาเป็นประเด็นแนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับการจัดเก็บภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาจากสามีและภริยา ตามคำชี้แจงกรมสรรพากร
(ฉบับที่ 2) ลงวันที่ 14 มกราคม 2556 มาปุจฉา - วิสัชนา ต่อจากสัปดาห์ก่อนดังนี้
ปุจฉา มีหลักเกณฑ์การหักลดหย่อนสำหรับเงินสมทบกองทุนประกันสังคมของสามีและภริยาอย่างไร
วิสัชนา สำหรับค่าลดหย่อนสำหรับเงินสมทบกองทุนประกันสังคมตามมาตรา 47 (1)(ฌ) แห่งประมวลรัษฎากร ของสามีและภริยาดังนี้
1. กรณีสามีมีเงินได้แต่ภริยาไม่มีเงินได้ สามีหักลดหย่อนเงินสมทบกองทุนประกันสังคมได้ตามจำนวนที่จ่ายจริง
สำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน กำหนดจัดเก็บเงินสมทบผู้ประกันตนทั้งฝ่ายนายจ้างและฝ่ายลูกจ้างในอัตราฝ่ายละ สำหรับปี พ.ศ. 2555 ในอัตราร้อยละ 3.0 ของค่าจ้างที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 15,000 บาท ซึ่งเป็นผลให้เงินสมทบประกันตนสูงสุดไม่เกิน 5,400 บาทต่อปี และสำหรับปี พ.ศ. 2556 ในอัตราร้อยละ 4.0 ของค่าจ้างที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 15,000 บาท ซึ่งเป็นผลให้เงินสมทบประกันตนสูงสุดไม่เกิน 7,200 บาทต่อปี
2. กรณีสามีภริยามีเงินได้ทั้งสองฝ่ายโดยต่างฝ่ายต่างยื่นรายการและเสียภาษีแยกจากกัน สามีและภริยาต่างฝ่ายต่างหักลดหย่อนเงินสมทบกองทุนประกันสังคมได้ตามจำนวนที่จ่ายจริง
3. กรณีสามีและภริยาต่างฝ่ายต่างมีเงินได้ ไม่ว่ากรณีภริยาเลือกนำเงินได้ทั้งหมดของตนไปถือเป็นเงินได้ของสามี หรือกรณีสามีเลือกนำเงินได้ทั้งหมดของตนไปถือเป็นเงินได้ของภริยา ให้สามีหรือภริยาผู้มีเงินได้หักลดหย่อนเงินสมทบกองทุนประกันสังคมได้ทั้งส่วนของตนและส่วนของคู่สมรส เช่น สามีมีเงินได้จากเงินเดือน 800,000 บาท และจากค่านายหน้า 200,000 บาท ส่วนภริยา มีเงินได้จากเงินเดือน 500,000 บาท และจากวิชาชีพการบัญชี 300,000 บาท สามีและภริยาต่างฝ่ายต่างจ่ายเงินสมทบกองทุนประกันสังคม เช่นนี้ ไม่ว่ากรณีภริยาเลือกนำเงินได้ทั้งหมดจำนวน 800,000 บาท ไปรวมคำนวณกับสามี กรณีสามีเลือกนำเงินได้ทั้งหมดจำนวน 1,000,000 บาท ไปรวมคำนวณกับภริยา ก็ให้สามีหรือภริยาหักลดหย่อนได้ทั้งส่วนของตนและส่วนของภริยาหรือสามีแล้วแต่กรณี
4. กรณีสามีและภริยาต่างฝ่ายต่างมีเงินได้ ไม่ว่ากรณีภริยาหรือสามีนำเงินได้ของตนไปถือรวมเป็นเงินได้ของสามีหรือภริยา แต่แยกคำนวณและเสียภาษีเงินได้ต่างหากเฉพาะเงินได้พึงประเมินประเภทที่ 1 ให้สามีและภริยาต่างฝ่ายต่างหักลดหย่อนเงินสมทบกองทุนประกันสังคมส่วนของตนได้ตามจำนวนที่จ่ายจริง เช่น สามีเงินได้จากเงินเดือน 800,000 บาท และจากค่านายหน้า 200,000 บาท ส่วนภริยามีเงินได้จากเงินเดือน 500,000 บาท และจากวิชาชีพการบัญชี 300,000 บาท เช่นนี้ ไม่ว่ากรณีภริยาเลือกนำเงินได้จากวิชาชีพการบัญชี 300,000 บาท ไปรวมคำนวณกับสามี หรือกรณีสามีเลือกนำเงินได้จากค่านายหน้า 200,000 บาท ไปรวมคำนวณกับภริยา แต่แยกคำนวณและเสียภาษีเงินได้ของตนเฉพาะเงินได้ประเภทที่ 1 ให้สามีและภริยาต่างฝ่ายต่างหักลดหย่อนเงินสมทบกองทุนประกันสังคมส่วนของตนได้ตามจำนวนที่จ่ายจริง
พบกันใหม่สัปดาห์หน้าครับ





