คลังหนุนเอกชนลงทุนนอก ลดแรงกดดันบาทแข็ง เล็งแก้ปัญหาเสียภาษีซ้ำซ้อน เตรียมชงเรื่องเสนอ รมว.คลัง ภายใน 1-2 เดือนนี้
นายสมชัย สัจจพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กล่าวว่า รัฐบาลมีแนวทางลงทุนในระยะยาว จึงควรใช้โอกาสนี้นำเงินลงทุนไหลเข้ามาลงทุนในโครงการลงทุนระยะยาว เพราะเมื่อเศรษฐกิจสหรัฐ ญี่ปุ่นเริ่มฟื้นตัว เงินทุนเหล่านี้จะไหลกลับไปหาผลตอบแทนยังประเทศของตัวเอง ขณะที่อีกด้านได้พยายามส่งเสริมให้รัฐวิสาหกิจ นำเข้าสินค้าทุนในช่วงเงินบาทแข็งค่า หรือบริษัทเอกชน นักลงทุนรายย่อยได้ทยอยนำเงินทุนออกไปชำระหนี้ออกไปลงทุนต่างประเทศ เพื่อลดแรงกดดันต่อค่าเงินบาทในปัจจุบัน
อย่างไรก็ตาม เพื่อสนับสนุนให้ภาคเอกชนนำเงินทุนออกไปลงทุนในต่างประเทศ ยอมรับว่าภาษีเป็นอุปสรรคต่อการลงทุน เพื่อนำผลตอบแทนกลับเข้ามาในประเทศ ทำให้ภาคเอกชนเสียภาษีซ้ำซ้อน คาดว่าจะออกมาตรการได้ในช่วง 1-2 เดือนข้างหน้า เพื่อเสนอต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังพิจารณา
ทั้งนี้ เตรียมนำข้อเสนอของภาคเอกชนมาศึกษา ลดภาระภาษีซ้ำซ้อน เมื่อนำเงินออกไปลงทุนในต่างประเทศ เมื่อนำผลตอบแทนกลับเข้ามา ทั้งในรูปรายได้ กำไร ผลตอบแทนกำไรจากลงทุนในหุ้น เพื่อศึกษารูปแบบจากสิงคโปร์ มาเลเซีย รองรับการแข่งขันกับเพื่อนบ้าน เพราะประเทศเหล่านี้ไม่เก็บภาษีจากนักลงทุนเพื่อนำผลตอบกลับเข้าประเทศ
อย่างไรก็ตาม ต้องดูว่ารัฐบาลได้ทยอยลดภาษีเงินได้นิติบุคคลจาก 30% ลดเหลือ 20% ต้องดูว่าจำเป็นอีกหรือไม่ในการลดภาษีดังกล่าวลงอีก เพราะต้องระวังว่าการยกเว้นเก็บภาษีดังกล่าวอาจเป็นช่องทางใหม่ไม่ให้ประเทศกลายเป็นแหล่งหลีกเลี่ยงภาษีของต่างชาติ
นอกจากนี้ กระทรวงการคลังยังมองว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบายยังมีช่องว่างให้ปรับลดลงได้อีก เพื่อลดแรงเงินทุนไหลเข้า อีกทั้งมองว่าสุดท้ายคงต้องออกมาตรการมาควบคุมการไหลเข้าของเงินทุน









