ตลาดเครื่องดื่มเมืองไทย มูลค่า 1.6 แสนล้านเดือด แต่ละค่ายระเบิดแคมเปญการตลาดพันล้าน
สภาพอากาศที่ว่าร้อนแล้วอาจจะต้องจอดกับแคมเปญการตลาดของผู้ประกอบการเครื่องดื่ม ที่ควักงบประมาณอัดแคมเปญการตลาดระเบิดการแข่งขันกันอย่างคึกคัก โหมโปรโมชั่นลดแลกแจกแถมกันเป็นว่าเล่น ทั้งเงินล้าน ทองคำ สมาร์ทโฟน ฯลฯ หวังช่วงชิงกำลังซื้อผู้บริโภค แย่งกันโกยมาร์เก็ตแชร์ในช่วงที่ดีมานด์เครื่องดื่มพุ่งกระฉูด ชนิดที่ไม่มีแบรนด์ไหนยอมให้กัน
แหล่งข่าวจากวงการเครื่องดื่ม เปิดเผยว่า ฤดูร้อนปีนี้เชื่อว่าตลาดเครื่องดื่มทุกเซ็กเมนต์จะแข่งขันกันรุนแรงขึ้น โดยเฉพาะตลาดน้ำอัดลม ชาเขียวพร้อมดื่ม เครื่องดื่มชูกำลัง หรือแม้แต่น้ำดื่ม เพราะช่วงเดือนมีนาคมถึงพฤษภาคม เป็นช่วงที่ความต้องการบริโภคสินค้าเครื่องดื่มสูงสุด (Peak demand) ทำให้ผู้ประกอบการต่างทุ่มงบการตลาดสัดส่วนราว 30% หรือกว่า 1 ใน 3 ของทั้งปี เพื่อจัดกิจกรรมทางการตลาดอย่างหนัก หวังกระตุ้นยอดขาย ช่วงนี้ยังเป็นช่วงของการ"เปิดตัวสินค้าใหม่" ที่จะเข้ามารุกตลาดเพิ่มเติม ดังนั้นหากประเมินการจัดสรรงบประมาณที่ทุ่มกันทุกแบรนด์
คงจะไม่มีต่ำกว่า 1,000 ล้านบาทอย่างแน่นอน
"ตลาดเครื่องดื่มแข่งขันรุนแรงกันทุกเซ็กเมนต์ เพราะเมื่อมีผู้เล่นในตลาดรายใหม่ๆเพิ่มขึ้น ทุกรายก็ต้องงัดกลยุทธ์ทุกอย่างมาใช้เพื่อแย่งเค้กที่มีมูลค่าเท่าเดิม เช่น ตลาดชาเขียว ที่จัดเต็มทั้งโปรโมชั่นลด แลก แจก แถม มาครบหมดแทบจะไม่มีซีซัน แถมจัดกิจกรรมมีถี่ขึ้น อย่างโปรโมชั่นการลดราคาชาเขียวผ่านร้านสะดวกซื้อ 7-11 เดิมจะจัดขึ้น 2 ครั้งต่อปี ก็เพิ่มความถี่เป็น 3-4 ครั้งต่อปี ก่อนที่จะจัดทุกเดือน ราคาขาย 2 ขวด 20 บาท และยังยิงสปอตโฆษณากันเป็นจำนวนมาก ซึ่งในช่วงฤดูร้อนแม้จะมีเงินก็อาจไม่สามารถซื้อเวลาในการโฆษณาได้ เพราะพื้นที่ถูกจับจองเต็มแล้ว"
แน่นอนว่า การใช้โปรโมชั่น "ล่อ" นั้นได้ผลมากกับผู้บริโภคระดับรากหญ้า เห็นได้จากโปรโมชั่นของอิชิตัน ที่กลับมาทำแคมเปญ "รวยเปรี้ยง 60 วัน 60 ล้าน" และแจกไอโฟน5 อีก 1,230 เครื่อง และทำโฆษณาแบ่งเนื้อหาออกเป็นหลายส่วนเพื่อเจาะกลุ่มเป้าหมายภาคเหนือ ภาคใต้ และภาคอีสาน หวังเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายแต่ละพื้นที่ ขณะที่โออิชิก็จะมีกลยุทธ์คล้ายกันคือกลับมาทำโปรโมชั่น "รหัสโออิชิ ลุ้นรวยทุกชั่วโมง" ชิงรางวัลกว่า 90 ล้านบาท
ปัจจุบันกลยุทธ์และการทำตลาดเครื่องดื่มค่อนข้างมีความเหมือน คือเน้นในเรื่องของโปรโมชั่นส่งเสริมการขายเป็นหลัก และการทำโฆษณา(TVC) ซึ่งเป็นสื่อที่ทรงอิทธิพลต่อผู้บริโภคอย่างมาก บางเคมเปญมุ่งการขายอย่างเดียว (Hard sale) มากกว่าการให้ความรู้ (Educate) แก่ผู้บริโภค เมื่อเทียบกับอดีตจะเน้นขายคุณภาพและประโยชน์ของผลิตภัณฑ์ ตลอดจนไอเดียการตลาดเพื่อโน้มน้าวใจผู้บริโภคในการตัดสินใจซื้อ
ไม่น่าแปลกใจที่อุณภูมิตลาดเครื่องดื่มจึงร้อนระอุ เพราะเมื่อรวมทุกแคทิกอรี่แล้วตลาดมีมูลค่าสูงถึง "1.6 แสนล้านบาท" เช่น ตลาดน้ำชาเขียว มูลค่า 1.3 หมื่นล้านบาท โดยมี 2 แบรนด์ใหญ่ทุ่มงบการตลาดอัดแคมเปญปะทะกันเต็มที่ โออิชิทุ่ม 250 ล้านบาท และอิชิตันทุ่ม 180 ล้านบาท รุกตลาดหน้าร้อน
ตลาดเครื่องดื่มชูกำลังมูลค่าตลาด 1.7 หมื่นล้านบาท ที่แม้จะมีกฎเหล็กห้ามชิงโชคใต้ฝาแต่ก็ยังมีแคมเปญให้ผู้บริโภคได้ลุ้นอย่าง "ลุ้นโชคใต้ฝา 500 ล้านบาท กับ M-150" ตั้งแต่วันนี้ถึงกรกฎาคม 2556, "คาราบาวแดง รวย 100 ล้าน" วันนี้ถึงมิถุนายน 2556
ตลาดน้ำอัดลม มีมูลค่าตลาด 4.4 หมื่นล้านบาท เอส โคล่า ทุ่ม 18 ล้านบาท แจกเคสไอโฟนแพลทินัมและทองคำ, บิ๊กโคล่า เปิดโกลบอลแคมเปญ "Think Big” คิดให้ใหญ่ ไปให้สุด" พร้อมสินค้าใหม่ "บิ๊ก จิงเจอร์ พายแอปเปิ้ล” รับไฮซีซั่นร้อนนี้เช่นกัน ไม่นับตลาดน้ำดื่มที่แห่อัดโปรโมชั่นลดราคาในร้าน 7-11 และแฟมิลี่มาร์ท ชนิด 2 ขวด 22 บาท 2 ขวด 20 บาท ไม่เว้นน้ำแร่มิเนเร่ ที่หั่นราคาขายมารดต้นคอน้ำดื่มปกติ อย่างสิงห์ และคริสตัล
ร้อนนี้ผู้บริโภคอย่าร้อนใจ ส่วนเครื่องดื่มไหนจะดับร้อนได้ชะงัด คงต้องตามไปวัดกันตอนปิดฤดูกาลขายไฮซีซั่น






