วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

AI - ซื้อ

กำไรเติบโตสูง มี STORY ดี

ในปี 2013 จะเป็นอีกปีหนึ่งที่ AI จะเติบโตแบบก้าวกระโดด พร้อมกับแผนขยายการลงทุนและปรับโครงสร้างบริษัทใหม่ โดยมีแผนที่จะนำบริษัทลูก (AIE) ซึ่งทำธุรกิจไบโอดีเซล โลจิสติกส์และท่าเรือ เข้าจดทะเบียนในตลาด MAI ภายในอีก 3 เดือนข้างหน้า ที่ AI ถือเป็น GROWTH STOCK จากคาดการณ์การเติบโตของกำไรสุทธิ 138% ในปี 2013 จากธุรกิจไบโอดีเซลที่จะกลับมามีกำไรและธุรกิจลูกถ้วยไฟฟ้าเดินเครื่องเต็มปี และมี MARGIN สูงขึ้นจากการใช้กำลังผลิตที่สูงขึ้นทำให้เกิด ECONOMY OF SCALE

นอกจากนี้ผู้ถือหุ้น AI จะได้สิทธิจองซื้อหุ้น IPO ของ AIE ซึ่งเงินที่ได้จากการระดมทุนครั้งจะนำไปขยายการลงทุนในธุรกิจไปโอดีเซลและสร้างคลังเพิ่มอีกด้วย ราคาหุ้นปัจจุบันไม่แพง โดยเทรดที่ PE 11 เท่า หรือคิดเป็น PEG ต่ำเพียง 0.2 เท่า (3Y CAGR EPS ~ 57%) ยังแนะนำ ซื้อ โดยปรับเพิ่มราคาเป้าหมายจาก 7.20 บาท เป็น 13 บาท/หุ้น (อิง PE 14.3 เท่า)

ในปี 2012 กำไรสุทธิเติบโต 335% Y-Y ผลจากธุรกิจลูกถ้วยไฟฟ้าที่ย้ายเข้าโรงงานใหม่ที่มีต้นทุนต่ำและความต้องการใช้ลูกถ้วยที่เพิ่มขึ้น : ปี 2012 ธุรกิจลูกถ้วยไฟฟ้ามีกำไร 154 ลบ. เพิ่มขึ้น 95.4% Y-Y จากการเปิดโรงงานลูกถ้วยไฟฟ้าใหม่แห่งที่ 2 ตั้งแต่ 5 พ.ค. 2012 ด้วยกำลังการผลิตเฉลี่ยราว 6,000 ตัน/ปี และปิดทำการโรงงานเก่าที่มีต้นทุนการผลิตสูงและ BOI หมดอายุแล้ว ดังนั้นจึงทำให้

1) สามารถลดต้นทุนการผลิตในส่วนของต้นทุนพลังงานลงจากเดิมได้ราว 30% (ต้นทุนพลังงานคิดเป็นประมาณ 20% ของต้นทุนโดยรวม) 2) โรงงานแห่งใหม่ได้รับสิทธิประโยชน์ทาง BOI จึงไม่ต้องเสียภาษี 3) NET MARGIN ของโรงงานใหม่จะเพิ่มขึ้นเป็น 34% จากเดิมที่ 30% ส่วนธุรกิจไบโอดีเซลที่แม้มีผลขาดทุน 54 ลบ. แต่ลดลงจากขาดทุน 75 ลบ.ในปี 2011

ปี 2013 กำไรจะยังโตต่อเนื่องแบบก้าวกระโดด 138% Y-Y : เราปรับประมาณการปี 2013 เพิ่มขึ้น 13% เป็น 453ลบ. คิดเป็นอัตราการเติบโตกว่า 138%Y-Y ซึ่งจะมาจากธุรกิจไบโอดีเซลที่จะกลับมามีกำไรหลังรัฐบาลให้น้ำมันปาล์มดิบ (CRUDE PALM OIL :CPO) เป็นสินค้าควบคุมและประกาศราคากลางทุกสัปดาห์ ซึ่งจะทำให้มีผลกำไร/ขาดทุนจากสต็อกน้อยมาก แม้ปัจจุบันธุรกิจนี้จะมีการแข่งขันสูง แต่ก็ยังมี MARGIN อยู่ที่ระดับ 10-15% ดังนั้นหากโรงงานไบโอดีเซลเดินเครื่อง 35% หรือประมาณ 300,000 ลิตร/วัน น่าจะมีกำไรประมาณ 108 ลบ.ต่อปี

ส่วนธุรกิจลูกถ้วยเราคาดปี 2013 จะได้ผลบวกจากธุรกิจลูกถ้วยไฟฟ้าเต็มปี โดยปกติการเติบโตของธุรกิจถ้วยไฟฟ้าจะอยู่ที่ 6% - 8% ต่อปี เบื้องต้นคาดกำไร 320 ลบ.ต่อปี ส่วนธุรกิจวิศวกรรม อยู่ระหว่างการประมูลงานมูลค่า 2 พันลบ. สำหรับก่อสร้างสถานีไฟฟ้าย่อย AI คาดจะมีรายได้จากธุรกิจนี้ราว 200 ลบ. ต่อปี ดังนั้นโดยรวมเราคาดว่าน่าจะมีกำไรสุทธิปี 2013 ราว 453 ลบ. (รวมรายได้อื่นด้วย)

ยังแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมายใหม่ 13 บาท (เดิม 7.20 บาท) อิง PE 14.3X : ราคาหุ้น AI ปัจจุบันซื้อขายที่ PE 11 เท่าของปี 2013 เราประเมินราคาเป้าหมายปี 2013 โดยอิงค่าเฉลี่ย PE กลุ่มพลังงานปี 2013 ที่ 11 เท่า แต่เนื่องจาก AI ถือเป็นหุ้นเติบโตสูงมาก ดังนั้น AI ควรซื้อขายที่ระดับ PE สูงกว่ากลุ่มพลังงาน 30% หรือที่ระดับ PE ประมาณ 14-15 เท่า ดังนั้นจึงได้ราคาเหมาะสมใหม่ที่ 13 บาท (อิง PER 14.3 เท่า) จากเดิมที่ 7.20 บาท ยังคำแนะนำ ‘ซื้อ’