ตลาดไทยวันนี้มีโอกาสปรับขึ้น หลังจากนายเบน เบอร์นันเก้ ออกมายืนยันว่าสหรัฐอเมริกาจะเดินหน้ามาตรการ QE
ทำให้บรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นโดยรวมดูดีขึ้น
แนวรับ/แนวต้าน: 1528/1545
กลยุทธ์ : เก็งกำไรหุ้นที่มีข่าวดีสนับสนุน
สัดส่วนการลงทุน: เงินสด 40%: พอร์ตหุ้น 60%
นักลงทุนระยะสั้น: เก็งกำไร PS , AP , TFD , CPALL , ITD
นักลงทุนระยะยาว: ทยอยซื้อหุ้นกลุ่มธนาคาร พลังงาน และหุ้นที่ให้ปันผลสูง และหุ้นที่แนะนำให้ซื้อและถือยาว คือ SVI , SAT , TCCC , DEMCO , WHA
จับข่าวมาเก็งกำไร
AP : บริษัทเอเชี่ยนพร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย รายงานผลการดำเนินงานปี 55 มีกำไรสุทธิ 2,329.26 ล้านบาท หรือ 0.822 บาทต่อหุ้น เพิ่มขึ้น 50% จากปี 54 ที่มีกำไรสุทธิ 1,550.93 ล้านบาท หรือ 0.551 บาทต่อหุ้น (ซื้อ ราคาพื้นฐาน 11.30 บาท)
ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการลงทุน
ปัจจัยภายในประเทศ
+ธปท. ประเมินว่าอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยในปีนี้มีโอกาสสูงกว่าที่ ธปท. คาดการณ์ไว้ที่ระดับ 4.9% เนื่องจากแนวโน้มเศรษฐกิจที่มีโอกาสเติบโตได้อย่างต่อเนื่องจากกำลังซื้อและการลงทุนที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยเงินเฟ้อพื้นฐานอยู่ที่ 1.7% และเงินเฟ้อทั่วไปที่ 2.8%
-สภาพัฒน์รายงานว่าในไตมาสที่ 4/55 นั่นผลจากนโยบายกระตุ้นกำลังซื้อภายในประเทศของรัฐบาลด้วยการปรับเพิ่มค่าแรง 300 บาท ส่งผลให้ต้นทุนของผู้ประกอบการโดยรวมในเดือน ม.ค. 56 เพิ่มขึ้น 6.4% และนิติบุคคลจดทะเบียนยกเลิกกิจการในไตรมาสที่ 4/55 เพิ่มขึ้น 26.6% และมียอดหนี้สินคงค้างเพิ่มขึ้น 22%
ปัจจัยต่างประเทศ
+ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ปิดเพิ่มขึ้น 115.96 จุดหรือ 0.84% ปิดที่ 13,900.13 หลังเฟดยังคงสนับสนุนมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE3) และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคในเดือน ก.พ. 56 เพิ่มขึ้น เป็นสูงสุดในรอบ 4 เดือน ประกอบกับยอดขายบ้านและราคาบ้านเพิ่มขึ้น 15.6% และ 0.9% แม้ว่าจะได้รับแรงกดดันจากความไม่แน่นอนของการเลือกตั้งในอิตาลี
-ราคาน้ำมัน NYMEX ส่งมอบเดือน เม.ย. ปิดปรับตัวลดลง 0.48 ดอลลาร์หรือ 0.52% ปิดที่ 92.63 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล โดยได้รับแรงกดดันจากความวิตกกังวลต่อภาวะไร้เสถียรภาพในยูโรโซนหลังผลการเลือกตั้งของอิตาลียังไม่มีความแน่นอน อีกทั้งมีการคาดการณ์ว่าสต็อกน้ำมันจะเพิ่มขึ้น 2.4 ล้านบาร์เรล







