บลจ.วรรณเชื่อหุ้นไทยยังไปต่อ มองกองทุนอสังหาริมทรัพย์ยังน่าสนใจ แนะปรับพอร์ตไปอสังหาริมทรัพย์ สร้างผลตอบแทนส่วนเพิ่ม
นายวิน อุดมรัชตวนิชย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม วรรณ จำกัด มองภาพรวมเศรษฐกิจไทยยังมีแนวโน้มที่ดีจากนโยบายการกระตุ้นเศรษฐกิจ รวมถึงแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยยังอยู่ในระดับต่ำ ขณะที่การลงทุนในหุ้นมีความผันผวนและอาจมีความเสี่ยงจากการปรับฐานหลังจากที่ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ฯ ปรับตัวสูงขึ้นและสะท้อนข่าวดีไปบ้างแล้ว แต่ในระยะกลางถึงยาวแล้วยังมีมุมมองบวกกับการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง ทั้งนี้ ในส่วนของ บลจ.วรรณ ได้แนะนำให้นักลงทุนกระจายการลงทุนบางส่วนไปลงทุนในสินทรัพย์อื่นๆ เช่น กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งยังมีแนวโน้มการเติบโตที่ดีอย่างต่อเนื่อง
"แม้ว่าเราจะให้น้ำหนักกับหุ้นมากในปีนี้เพราะเราเชื่อว่าหุ้นยังคงมีแนวโน้มที่ดี แต่นักลงทุนควรจะมีสัดส่วนการลงทุนในกองทุนอสังหาริมทรัพย์บ้างเนื่องจากกองทุนดังกล่าวจะได้รับประโยชน์จากสภาวะดอกเบี้ยต่ำ ทั้งนี้ หากพิจารณาผลตอบแทนย้อนหลังจากกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ของประเทศไทยในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์มีอัตราการจ่ายเงินปันผลโดยเฉลี่ยประมาณ 6-8 % ต่อปี ถือว่าอยู่ในอัตราที่สูง เมื่อเปรียบเทียบกับสินทรัพย์อื่น และอัตราเงินเฟ้อของประเทศไทยในปัจจุบัน"
จากปัจจัยด้านอัตราดอกเบี้ยซึ่งเราคาดว่าน่าจะคงอยู่ในระดับต่ำไปอีกระยะหนึ่ง ซึ่งไม่สนับสนุนการลงทุนในตราสารหนี้ บลจ.วรรณ ได้แนะนำผู้ลงทุนให้ลดสัดส่วนการลงทุนในตราสารหนี้ลงและเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูงขึ้น เช่น กองทุนอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับนักลงทุนที่ต้องการผลตอบแทนสม่ำเสมอ (Stable Cash Flow) โดยเรามองว่าการลงทุนภาครัฐจะเป็นแรงผลักดันสำคัญสำหรับตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปีนี้ โดยจากการประเมินรูปแบบของรายได้ และแนวโน้มของการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ จะพบว่าการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เริ่มกระจายไปยังพื้นที่แถบชานเมืองมากขึ้น เช่น community mall ต่างๆ และแนวโน้มนี้จะยังคงอยู่ตลอดปีนี้
ในระหว่าง วันที่ 26 กุมภาพันธ์ -8 มีนาคม 2556 นี้ บลจ.วรรณ จึงเสนอขาย กองทุนเปิด วรรณ พร็อพเพอร์ตี้ พลัส ฟันด์ ดิวิเดน (ONEPROP-D) เพื่อรองรับนักลงทุนที่ต้องการกระจายความเสี่ยงการลงทุน นอกเหนือจากการลงทุนในหุ้น หรือตราสารหนี้ โดยกองทุนเน้นลงทุนในกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ โดยกองทุนมีนโยบายจ่ายเงินปันผลไม่เกิน 4 ครั้งต่อปี เพื่อจ่ายคืนผลตอบแทนที่ได้จากการลงทุนจากช่วงระยะเวลาการลงทุนให้กับผู้ถือหน่วยลงทุน







