วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

เกษตรฯหนุนใช้ไบโอดีเซล เรือประมง

เกษตรฯหนุนรถใช้ไบโอดีเซล บี 5 ในรถแทรกเตอร์ และ บี 20 ในกลุ่มเรือประมง หวังระบายสต็อกน้ำมันปาล์ม

นายยุคล ลิ้มแหลมทอง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ปัจจุบันปริมาณน้ำมันปาล์มในสต็อกสูงถึง 4 แสนตัน ขณะที่ปริมาณที่เหมาะสมควรอยู่ที่ 2.5 แสนตัน กระทรวงฯเห็นว่าแนวทางแก้ไขคือนำน้ำมันปาล์มดังกล่าวมาใช้ในเครื่องจักรกลทางการเกษตร ซึ่งมีประสิทธิภาพในการใช้ไบโอดีเซล B100 ทดแทนการใช้น้ำมันดีเซลได้ทันที

ทั้งนี้ กระทรวงฯได้มอบหมายให้กรมประมงและกรมส่งเสริมการเกษตร สำรวจปริมาณเครื่องจักรกลและปริมาณความต้องการใช้ โดยพบว่าปัจจุบันมีเครื่องจักรกลทางการเกษตรและประมงที่ต้องการใช้น้ำมันดีเซลปีละประมาณ 4,326.32 ล้านลิตร แยกเป็นเครื่องจักรกลการเกษตร คือรถแทรกเตอร์ 469,013 คัน เครื่องยนต์ขนาดเล็กสูบเดียว 2,714,674 เครื่อง และรถเกี่ยวนวดข้าว 27,404 คัน ในจำนวนนี้คาดว่าต้องการใช้น้ำมันดีเซลปีละ 3,464 ล้านลิตร

ส่วนในกลุ่มเรือประมง ประกอบด้วยเรือหางยาว จำนวน 15,287 ลำ และเรือเครื่องกลางลำ จำนวน 14,899 ลำ แยกเป็นเรือประมงขนาดเล็ก จำนวน 7,649 ลำ และขนาดใหญ่ 7,240 ลำ ในจำนวนนี้คาดว่าต้องการใช้น้ำมันดีเซลปีละ 898.80 ล้านลิตร

ทั้งนี้ จากผลทดสอบการใช้ไบโอดีเซลผสมในน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว โดยกระทรวงพลังงานนำมาผสมในน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว 10% หรือ B10 ในรถปิกอัพและรถบรรทุก พบว่าไม่มีผลต่อสมรรถนะของเครื่องยนต์และต้องเปลี่ยนไส้กรองอากาศเร็วขึ้น แต่อุตสาหกรรมยานยนต์ยังไม่ให้การยอมรับ ขณะที่กระทรวงพลังงานยังทดสอบไบโอดีเซลผสมในน้ำมันดีเซลหมุนเร็วตั้งแต่ 20 - 100% หรือ B20-B100 เพื่อใช้กับเรือประมงขนาดความเร็วเดินกลาง พบว่าการใช้ B20 เป็นอัตราที่เหมาะสมที่สุด ทั้งด้านสมรรถนะเครื่องยนต์ การประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง และความทนทาน ขณะเดียวกันส่วนผสมของไบโอดีเซลที่มากขึ้น จะส่งผลให้เกิดการสึกหรอกับแหวนลูกสูบเพิ่มมากขึ้น

ส่วนกรมส่งเสริมการเกษตรได้ทดลองใช้ไบโอดีเซล 100% หรือ B100 ในรถแทรกเตอร์ที่มีเครื่องยนต์สูงกว่า 100 แรงม้า พบว่าสามารถใช้ B5 ได้ แต่ไม่สามารถยืนยันผลการใช้ไบโอดีเซลในอัตราส่วนอื่นๆ การส่งเสริมการใช้ไบโอดีเซลผสมในน้ำมันดีเซลเกิน 5% จึงควรศึกษาเพิ่มเติมเพราะยังไม่มีผลการทดสอบที่ชัดเจน

อย่างไรก็ตาม ภาครัฐควรพิจารณาการกำหนดราคาน้ำมันและค่าการตลาดให้ผู้จัดจำหน่ายที่เหมาะสม เพื่อจูงใจให้มีการใช้และการจำหน่ายน้ำมัน B20 และจากการเปรียบเทียบราคาเชื้อเพลิงที่ราคาน้ำมันปาล์มดิบกิโลกรัมละ 25 บาท และปรับค่าความร้อนเทียบเท่าน้ำมันดีเซล ราคา B20 จะสูงกว่า B5 ประมาณ 0.50 บาท/ลิตร หากส่งเสริมให้ใช้ B20 ในภาคการเกษตร ควรอุดหนุน B20 ขั้นต่ำที่ 0.50 บาท/ลิตร คิดเป็นวงเงินปีละประมาณ 126 ล้านบาท ซึ่งหลังจากนี้กระทรวงฯจะเสนอให้คณะกรรมการนโยบายปาล์มน้ำมันแห่งชาติพิจารณาต่อไป