สมาชิกส.อ.ท.กว่า 8 พันราย ขานรับนโยบายรัฐ ร่วมลดใช้ไฟฟ้าในวันที่ 5 เม.ย. เตรียมสลับวันหยุด ลดกำลังการผลิต
นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวภายหลังการหารือกับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ถึงแนวทางการรับมือภาวะขายแคลนไฟฟ้าในเดือนเม.ย. ว่า ส.อ.ท. ได้ให้ความร่วมมือกับรัฐบาลในการลดกำลังการผลิตส่วนที่ไม่จำเป็น และโรงงานบางส่วนอาจปิดโรงงานในช่วงวันที่ 5 เม.ย.นี้ แล้วย้ายไปทำการผลิตในวันอื่นที่ไม่กระทบต่อปริมาณสำรองไฟฟ้าของประเทศ ซึ่งในวันที่ 5 เม.ย.นี้เป็นวันที่ปริมาณสำรองไฟฟ้าของประเทศลดต่ำลงสูงสุด โดยมีกำลังสำรองไฟฟ้าที่ 750 เมกะวัตต์ ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดไฟฟ้าตก หรือดับในบริเวณวงกว้างได้
"จากความร่วมมือของภาคอุตสาหกรรมในครั้งนี้ จะทำให้มีปริมาณสำรองไฟฟ้าเพิ่มขึ้นจนพ้นขีดอันตราย โดยกระทรวงพลังงานจะประสานไปยัง ส.อ.ท.ภายใน 2 สัปดาห์ เพื่อสรุปว่าภาคอุตสาหกรรมจะช่วยประหยัดไฟฟ้าได้มาเพียงใด ซึ่งหากภาคอุตสาหกรรมให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ ก็จะช่วยลดการใช้ไฟฟ้าไปได้มาก เพราะภาคอุตสาหกรรมใช้ไฟฟ้าสูงถึง 40% ของการใช้ไฟฟ้าทั้งประเทศ ถ้าลดการใช้ไฟฟ้า 10% ก็จะช่วยลดไฟฟ้าในภาพรวมของทั้งประเทศได้ถึง 4% ส่วนห้างสรรพสินค้าก็ได้ให้ความร่วมมือเพิ่มอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศในวันดังกล่าวเช่นเดียวกัน"นายพงษ์ศักดิ์ กล่าว
ด้าน นายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (สอ.ท.) กล่าวว่า ภาคอุตสาหกรรมจะพยายามเลื่อนวันทำงานจากวันที่ 5 เม.ย.นี้ ไปทำงานในช่วงวันหยุดอื่น เพราะช่วงวิกฤตสูงสุดจะอยู่ในวันที่ 5 เม.ย. ถ้าผู้ประกอบการอุตสาหกรรมโดยเฉพาะอุตสาหกรรมขนาดใหญ่หยุดผลิตในช่วงดังกล่าวก็จะช่วยประเทศชาติได้มาก โดย ส.อ.ท.จะนัด รือสมาชิกทั้ง 42 กลุ่มอุตสาหกรรมอีกครั้งว่าจะให้ความร่วมมือประหยัดไฟฟ้าได้มากเท่าไร ซึ่งมั่นใจว่าสมาชิด ส.อ.ท.ทั้ง 8 พันโรงงาน พร้อมให้การสนับสนุนนโยบายของรัฐบาล
อย่างไรก็ตาม ปัญหาที่เกิดขึ้น ยังไม่ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติ เพราะเป็นสถานการณ์ที่รู้ล่วงหน้า และสามารถเตรียมการรับมือได้ทัน แต่ทั้งนี้รัฐบาลควรจะป้องกันไม่ให้เกิดความเสี่ยงด้านความมั่นคงทางไฟฟ้าในอนาคต โดยการเพิ่มสัดส่วนโรงไฟฟ้าที่ใช้เชื้อเพลิงถ่านหินสะอาด เพื่อเพิ่มปริมาณไฟฟ้าสำรองของประเทศให้มีความมั่นคง และมีราคาต่ำ ทำให้ภาคอุตสาหกรรมสามารถแข่งขันกับต่างประเทศได้






