'โตชิบา'เร่งนำเข้าทีวีดิจิทัลจากอินโดนีเซีย

"โตชิบา" เตรียมนำเข้าเครื่องรับทีวีระบบดิจิทัลจากอินโดนีเซีย มั่นใจผู้บริโภคเปลี่ยนทีวีเครื่องใหม่ หลังไทยออกไลเซ่น"ดิจิทัลทีวี"
ขณะที่ประเทศไทยกำลังจะก้าวสู่ยุคเปลี่ยนผ่านระบบทีวี จากระบบอนาล็อคไปสู่ระบบดิจิทัล และเรากำลังจะมีการให้ใบอนุญาตทีวีในระบบดิจิทัล โดยกลุ่มแรกประเภทสาธารณะภายใต้ครึ่งปีแรกนี้ และจะเปิดประมูลช่องทีวีดิจิทัลกลุ่มธุรกิจในช่วงครึ่งปีหลัง ซึ่งจะทำให้การส่งสัญญาณปรับสู่ระบบทีวีดิจิทัล เพิ่มจำนวนมากขึ้น และทำให้ระบบทีวีในบ้านเราเปลี่ยนผ่านไปสู่ระบบดิจิทัล ซึ่งส่งผลให้ต้องมีการปรับเปลี่ยนเครื่องรับโทรทัศน์ ให้รองรับสัญญาณในระบบดิจิทัล ซึ่งมีสองทางเลือกคือ ติดตั้งกล่องรับสัญญาณแบบเซ็ทท้อปบ๊อกซ์ หรือเปลี่ยนทีวีเครื่องใหม่ที่เป็นระบบดิจิทัลในตัวเอง ทำให้ผู้ประกอบการทีวีในไทย ตื่นตัวรับแนวโน้มดังกล่าว
นายถกล นิยมไทย ผู้จัดการทั่วไป ฝ่ายขาย การตลาด และบริการ บริษัท โตชิบา ไทยแลนด์ จำกัด เปิดเผยว่า โตชิบามีความพร้อมในการรองรับกับเทคโนโลยี ที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เพราะที่ผ่านมาบริษัทแม่โตชิบาในประเทศญี่ปุ่น ได้ทุ่มงบประมาณด้านการวิจัยและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง หรือคิดเป็น 6-7% หรือกว่าแสนล้านบาทของยอดขายรวมทั่วโลก
ทั้งนี้ การที่ประเทศไทยจะเปลี่ยนระบบภาคการรับสัญญาณโทรทัศน์พื้นฐานจากอนาล็อกไปสู่ระบบดิจิทัล หรือระบบ DVB-T2 ที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในหลายๆ ประเทศ บริษัทพร้อมที่จะตอบสนองนโยบายรัฐ ด้วยการนำเข้าโทรทัศน์ระบบดิจิทัล ที่ผลิตจากโรงงานในประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งถือเป็นฐานการผลิตใหญ่ของโตชิบา เพื่อส่งออกในภูมิภาคอาเซียนทั้งหมด
โดยในเบื้องต้นจะเริ่มทยอยนำเข้าโทรทัศน์ระบบดิจิตอล จำนวน 2-3 ซีรี่ย์ ควบคู่กับการทาตลาดโทรทัศน์ระบบอนาล็อก และไตรมาส 3 จะนำเข้าในครบทุกไลน์ผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่ หรือรวมกว่า 5-6 ซีรี่ย์ ตั้งแต่ 29-55 นิ้ว ซึ่งจะแบ่งเป็นหลายรุ่น จากปัจจุบันที่ทำตลาดมีสินค้ารุ่นเดิมที่มีอยู่ 5 ซีรี่ย์ หรือ 24 รุ่น และเชื่อว่าสัดส่วนสินค้าจากนี้ จะเป็นกลุ่มโทรทัศน์ระบบดิจิทัล 60-70% และโทรทัศน์ระบบอนาล็อกประมาณ 30%
ขณะที่พฤติกรรมการซื้อของผู้บริโภค เชื่อว่ายังคงมีความคิดที่จะซื้อโทรทัศน์ระบบดิจิตอล แม้ว่าโทรทัศน์รุ่นเก่าที่มีอยู่ ก็สามารถรับสัญญาณดิจิทัลผ่าน Set Top Box หรือกล่องรับสัญญาณได้ แต่เชื่อว่าผู้บริโภคจะต้องการเปลี่ยนจากทีวีจอแก้ว ที่มีสัดส่วนการใช้งานในปัจจุบัน จำนวน 5 แสนเครื่องมาเป็นทีวีรุ่นที่ใหม่กว่า โดยเฉพาะโทรทัศน์ขนาด 32 นิ้ว ที่มีความต้องการค่อนข้างสูง
ส่วนภาพรวมตลาดโทรทัศน์ปีที่ผ่านมา นายถกล กล่าวว่าในเชิงยูนิต มีจำนวน 2.9 ล้านเครื่อง และมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มจอขนาดใหญ่ หรือ 40-55 นิ้ว อย่างไรก็ดีเชื่อว่าตลาดรวมปีนี้จะเติบโตขึ้นเป็น 3 ล้านเครื่องแน่นอน
นอกจากนี้นายถกล กล่าวถึงผลประกอบการโตชิบา ว่ในปีงบประมาณ 2555 ซึ่งจะปิดในเดือน (มี.ค.2556) คาดว่าจะปิดยอดขายได้ 1 หมื่นล้านบาท เติบโตจากปีก่อน 15% โดยกลุ่มสินค้าภาพและเสียง หรือเอวี มีสัดส่วน 30-35% ของยอดขายรวม และตั้งเป้ายอดขายปี 2556 เพิ่มขึ้นเป็น 1.3 ล้านบาท







