เปิดแผนลดผลกระทบวิกฤติไฟฟ้า กฟผ.เตรียมพร้อมผลิตไฟฟ้าจากน้ำมันเตา-ซื้อไฟฟ้าจากเอกชน-รับซื้อไฟจากลาวเพิ่ม เลื่อนซ่อมบำรุง
นายพงษ์ดิษฐ พจนา รองผู้ว่าการ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ให้สัมภาษณ์รายการ Morning News "กรุงเทพธุรกิจทีวี" ในช่วงเช้าของวันนี้ (19 ก.พ.) ถึง "แผนรับมือ ลดผลกระทบไฟฟ้าดับ"ว่า ผลกระทบจากการมีแผนจะหยุดส่งก๊าซธรรมชาติจากประเทศพม่าในส่วนของ กฟผ.ก็คงกระทบต่อระบบผลิตไฟฟ้า กฟภ.ก็คงกระทบต่อการผลิตเอ็นจีวีสำหรับภาคขนส่ง สำหรับระบบไฟฟ้าเราคาดว่าโรงไฟฟ้าที่ใช้เชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติจากประเทศพม่า 6 แห่ง ก็คงไม่สามารถที่จะเดินเครื่องได้จำนวนรวมกำลังการผลิต 6,000 เมกะวัตต์ แต่ว่าบางสามารถที่จะเปลี่ยนมาใช้น้ำมันเตาทดแทนในการผลิตกระแสไฟฟ้า เพราะฉะนั้นผลกระทบจริงๆ กำลังการผลิตจะหายไปจากระบบประมาณ 4,100 เมกะวัตต์
"กฟผ.ขอยืนยันว่าเราเตรียมแผนรองรับไว้พร้อมแล้ว จะมีการบริหารจัดการให้ดีที่สุดเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาไฟฟ้าดับ อย่างไรก็ตาม เราก็มีแผนมาตรการที่สำคัญไว้หลายประการด้วยกัน เช่น ข้อแรกเตรียมความพร้อมการผลิตไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าที่สามารถใช้น้ำมันเตาและน้ำมันดีเซลก็เตรียมพร้อมไว้แล้ว 2.จะมีการรับซื้อไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าจากเอกชนขนาดใหญ่และขนาดเล็กในประเทศเพิ่มมากขึ้น 3.ขอรับซื้อไฟฟ้าจาก ส.ป.ป.ลาวให้มากที่สุดเท่าที่ส.ป.ป.ลาวจะสามารถผลิตไฟฟ้าได้เพิ่มมากขึ้น เช่น จากโรงไฟฟ้าน้ำงึม 2 น้ำเทอม 2 เป็นต้น 4.จะประสานงานกับกรมชลประทานเพื่อระบายน้ำสำหรับการผลิตไฟฟ้าจากเขื่อนที่ยังมีปริมาณน้ำเก็บกักค่อนข้างมาก เช่น เขื่อนศรีนครินทร์ เขื่อนวชิราลงกรณ เดินเครื่องเพิ่มมากขึ้นเพื่อจะลดการใช้น้ำมันเตาและน้ำมันดีเซล 5.จะขอเลื่อนแผนการหยุดซ่อมบำรุงรักษาโรงไฟฟ้าของ กฟผ.ทั้งหมดในช่วงนั้นเพื่อมาช่วยกันเดินเครื่องเสริมในระบบ มาตรการสำคัญอันสุดท้ายคือว่าจะต้องมีการประสานงานเตรียมความพร้อมระหว่างการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค การไฟฟ้านครหลวงเพื่อเตรียมแผนรองรับหากเกิดเหตุหรือสถานการณ์ฉุกเฉินขึ้น"
กรณีที่มีกระแสข่าวระบุว่าจะมีการขอให้ฝั่งพม่าเลื่อนซ่อมแท่นขุดเจาะไปในช่วงสงกรานต์ นายพงษ์ดิษฐ กล่าวว่า จริงๆ แล้วเป็นมาตรการที่ดีที่สุดที่ถ้าทำได้จะช่วยลดผลกระทบได้อย่างมากเพราะว่าในแผนที่เขาจะหยุดซ่อมช่วงวันที่ 4-12 เม.ย.ก็ยังมีความต้องการใช้ไฟฟ้าอยู่จำนวนหนึ่ง แต่ว่าถ้าเลื่อนไปได้สักสัปดาห์หนึ่ง ในส่วนตัวคิดว่าถ้าเลื่อนไปวันที่ 10-18 ได้ ซึ่งจะตรงกับวันหยุดยาวของประเทศไทยซึ่งในช่วงนั้นความต้องการใช้ไฟฟ้าน้อย จะทำให้มีส่วนช่วยทำให้มาตรการต่างๆ ที่เราเตรียมไว้อาจจะดีขึ้น แต่ทราบว่า ปตท.กับกระทรวงพลังงานกำลังเจรจาอยู่เต็มที่แล้ว
ผูสื่อข่าวถามว่ากรณีไฟฟ้าดับทั้งประเทศหรือว่า กทม.พื้นที่ใดพื้นที่หนึ่งไม่น่าจะเกิดขึ้นหรือไม่ นายพงษ์ดิษฐ กล่าวว่า ถ้าไม่มีเหตุแทรกซ้อนสุดวิสัยอื่นๆ เพิ่มเติมก็คงไม่มีครับ อย่างไรก็ตาม คิดว่าภาคส่วนอื่นๆ ก็คงอยากขอมีส่วนร่วมในการช่วยฝั่งภาครัฐด้วยครับ ประชาชนทั่วไปก็อยากจะขอความร่วมมือในการที่จะลดการใช้ไฟฟ้าที่ไม่จำเป็น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเครื่องปรับอากศที่มีผลต่อกระแสไฟฟ้าสูงมาก ภาคอุตสาหกรรมถ้าจะให้ความร่วมในชะลอการผลิตในส่วนที่ไม่จำเป็น ไม่มีออเดอร์ หรือปรับเปลี่ยนเวลาการผลิตช่วงเย็นหรือกลางคืนหรือมาเป็นวันเสาร์ อาทิตย์ สำหรับภาคอุตสาหกรรมบางส่วนที่ยังไม่ได้ผลิตในช่วงเวลาดังกล่าวก็สามารถที่จะปรับเปลี่ยนมาผลิตในช่วงตอนเย็น ตอนกลางคืน หรือวันเสาร์ อาทิตย์ จะช่วยได้ครับ นอกจากนั้นที่ทำงานภาคเอกชนห้างสรรพสินค้าต่างๆ ก็ขอความกรุณาใช้ไฟเท่าที่จำเป็น ตั้งอุณหภูมิแอร์ที่ 26 องศา ปกติเราให้ตั้งที่ 25 องศา ช่วงวิกฤตินี้ขอความร่วมมือตั้งที่ 26 องศา จะช่วยลดการใช้ไฟได้อีก 10%






