เครือเนชั่นเตรียมประมูลดิจิทัลทีวี หวังรายได้ทะลุ 1 หมื่นล้าน ภายใน 5 ปี มั่นใจผู้ถือหุ้นใช้สิทธิเพิ่มทุนครบ 2 พันล้าน
นายสุทธิชัย หยุ่น ประธานกรรมการ บริษัท เนชั่น มัลติมีเดีย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การเพิ่มทุนของเครือเนชั่น 3 บริษัท รวม 2 พันล้านบาท เป็นการเตรียมความพร้อมยื่นประมูลใบอนุญาตโทรทัศน์ในระบบดิจิทัล ซึ่งหากบริษัทชนะการประมูล จะสามารถเริ่มดำเนินการได้ทันที เพราะมีความพร้อมอยู่แล้ว โดยตั้งเป้าภายใน 3 ปี รายได้ของเครือเนชั่นจะโตเท่าตัวจากปัจจุบัน 3 พันล้านบาท เพิ่มเป็น 6 พันล้านบาท และอีก 5 ปี รายได้รวม น่าจะถึง 1 หมื่นล้านบาท ซึ่งจะมาจากดิจิทัลทีวี 50%
"เครือเนชั่น มีความพร้อม ทั้งด้านข่าว วาไรตี้ ทุกช่องทางที่เกี่ยวกับเนื้อหา ความน่าเชื่อถือ ความเป็นมืออาชีพ ความเป็นอิสระ ผมถือว่าเราพร้อมในทุกๆ ด้าน ยกเว้นมีคนอาจจะสงสัยว่ามีเงินหรือเปล่า ในฐานะที่เราอยู่ในตลาดหลักทรัพย์จึงระดมทุน ฉะนั้นประชาชนทั่วประเทศมีสิทธิร่วมเป็นเจ้าของกับเรา"
นายสุทธิชัย กล่าวต่อว่า จากข้อมูลของ เอซี นีลเส็น พบว่า รายได้ค่าโฆษณาจากทีวี มีประมาณปีละ 6.8 หมื่นล้าน ซึ่งขณะนี้กระจุกตัวอยู่ที่ 2-3 ช่อง ที่ได้สัมปทาน แต่หลังจากเปิดเสรีรายได้ก็จะเทลงมาในทีวี ทีวีวาไรตี้มี 12 ช่อง ทีวีข่าวมี 5 ช่อง ซึ่งเครือเนชั่นมีโอกาสสูงที่จะกินส่วนแบ่งตลาด แต่หากพิจารณาจากขนาดมาร์เก็ตแคปของบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ด้านสื่อทีวี พบว่า บริษัท บีอีซีเวิลด์ (ช่อง3) มีขนาดมาร์เก็ตแคป 1.41 แสนล้าน บริษัท อสมท มาร์เก็ตแคป 3.3 หมื่นล้าน ขณะที่ของเครือเนชั่น มีแค่ 4 พันล้านบาทเท่านั้น ดังนั้น การพิ่มทุนครั้งนี้รวมกัน 3 บริษัท ประมาณ 2 พันล้าน ถือว่าน้อยมาก รวมกันแล้ว 6 พันล้านยังน้อยมากเมื่อเทียบกับ อสมท และ บีอีซีฯ
ส่วนการปรับตัวลดลงของราคาหุ้นในกลุ่มเนชั่น วานนี้ (18 ก.พ.) นายสุทธิชัย ประเมินว่านักลงทุนยังกังวลประเด็นการเพิ่มทุน ซึ่งหากได้รับรู้ข้อมูลและแผนการใช้เงินเพิ่มทุนว่าจะทำให้เครือเนชั่นมีความแข็งแกร่งในอนาคต โดยมั่นใจว่าผู้ถือหุ้นจะใช้สิทธิเพิ่มทุน 3 บริษัทในเครือครบทั้งจำนวน หลังจากที่ได้รับฟังการชี้แจงแผนธุรกิจของเครือเนชั่น
โดยในวันนี้ (19 ก.พ.) เวลา 14.00 น. ทีมผู้บริหารของบริษัทจะเปิดโอกาสให้นักวิเคราะห์ และนักลงทุนทั่วไปซักถามถึงรายละเอียดการเพิ่มทุนและเป้าหมายการเติบโตของเครือเนชั่น และแผนการรุกธุรกิจดิจิทัลทีวี
ด้าน นางสาวดวงกมล โชตะนา กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท เนชั่น มัลติมีเดีย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า หากบริษัทชนะการประมูลดิจิทัลทีวี รายได้รวมของบริษัทจะเติบโตแบบก้าวกระโดด จากปีนี้ที่คาดการณ์ว่าจะมีรายได้รวมเติบโต 15% โดยหากทั้งเครือประมาณการว่าภายใน 3 ปี จะมีรายได้รวม 6 พันล้านบาท ในส่วนของบริษัทก็จะมีรายได้ 70% ของรายได้รวม
"ผลประกอบการของเราเติบโตต่อเนื่องปี 2555 มีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 87% ปีนี้ก็ยังโตต่อเนื่อง ซึ่งหากชนะประมูลทีวีดิจิทัล รายได้ก็จะทยอยเข้ามาทันที แต่ในปีหน้าจะเห็นรายได้จากทีวีดิจิทัลเข้ามาแบบมีนัยสำคัญ"
นายเทพชัย หย่อง บรรณาธิการอำนวยการเครือเนชั่น ประเมินว่า ในเบื้องต้น กสทช. จะออกใบอนุญาตให้กับทีวีดิจิทัลที่เป็นทีวีสาธารณะ ตามมาด้วยทีวีที่เป็นเชิงพาณิชย์ ที่เป็นช่องข่าว 5 ช่อง และ ช่องวาไรตี้ ที่เป็นช่องบันเทิงและสารประโยชน์ สารคดีทั้งหลายอีก 14 ช่อง โดยเครือเนชั่นฯ สนใจทั้งส่วนของข่าวและที่เป็นวาไรตี้ เนื่องจากมีประสบการณ์และเป็นสื่อที่มีความพร้อมด้านบุคลากรสูงที่สุด ปัจจุบันเรามีทีวีดาวเทียม 3-4 ช่อง หนังสือพิมพ์ 3 ฉบับ บทบาทของเครือเนชั่นที่ผ่านมา ก็เป็นที่ยอมรับของสังคม ฉะนั้น นี่ถือว่าเป็นเวทีที่ใหญ่มาก เพราะเป็นทีวีเสรีสังคมกว้างไกล 20 ล้านครัวเรือนทั่วไทย ประชากรเกือบทุกคนจะได้ดูทีวีที่เป็นฟรีทีวีอย่างแน่นอน
ขณะที่ นายอดิศักดิ์ ลิมปรุ่งพัฒนกิจ กรรมการผู้อำนวยการบริษัท เนชั่น บรอดแคสติ้ง คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (NBC) กล่าวว่า เครือเนชั่นมีความพร้อมที่จะลงแข่งขัน โดยเฉพาะด้านบุคลากรข่าว ขณะนี้พิธีกรหลักๆ ของเครือเนชั่นกลับมาอยู่ที่ช่อง หลังจากที่บริษัทไม่ได้ทำรายการป้อนช่อง 9 ขณะที่รายได้ของเนชั่นแชนแนลก็ไม่ได้ลดลง แต่กลับเพิ่มขึ้น ซึ่งหากเนชั่นสามารถชนะการประมูลช่องดิจิทัลทีวี จะสามารถออกอากาศได้ภายในหนึ่งเดือน โดยจะเห็นโฉมใหม่ของ เนชั่นแชนแนล และก็ในแง่ของการลงทุนต่างๆ เชื่อว่าเครือเนชั่นอยู่ในระดับที่ได้เปรียบ เพราะว่าความพร้อมในเรื่องของคน ประสบการณ์หรือการทำข่าวที่เป็นสถานีข่าว ถ้าเทียบกับ 5 ช่องดิจิทัลทีวีแล้ว ก็ไม่เป็นรองใคร
ราคาหุ้นในกลุ่มเนชั่นเมื่อวานนี้ (18 ก.พ.) ปรับตัวลดลงยกแผง หลังจากที่บริษัทในเครือเนชั่นประกาศเพิ่มทุน โดยหุ้นบริษัท เนชั่น มัลติมีเดีย กรุ๊ป หรือ NMG ปิดที่ 2.32 บาท ลดลง 0.18 บาท หรือ ลดลง 7.20% หุ้นบริษัท เนชั่น บรอดแคสติ้ง คอร์ปอเรชั่น หรือ NBC ปิดที่ 6.05 บาท ลดลง 0.80 บาท หรือ ลดลง 11.68% และหุ้นบริษัท เนชั่น อินเตอร์เนชั่นแนล เอ็ดดูเทนเมนท์ หรือ NINE ปิดที่ 8.80 บาท ลดลง 0.50 บาท หรือ ลดลง 5.38%






