"ทนุศักดิ์"ส่งสัญญาณรถคันแรกขาดส่งไม่ฟ้อง สั่งกรมบัญชีกลางทำหน้าที่เจรจาประนีประนอม ยันไม่พบสัญญาณผู้ซื้อรถขาดส่งค่างวดรถคันแรก
นายทนุศักดิ์ เล็กอุทัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวถึงกรณีโครงการรถยนต์คันแรก ที่มีหลายฝ่ายกังวลว่าประชาชนที่ซื้อรถยนต์เพื่อเข้าร่วมโครงการ จะเริ่มไม่มีความสามารถในการผ่อนชำระส่งผลทำให้ไฟแนนซ์ยึดว่า ยังไม่มีตัวบ่งชี้อะไรที่ผิดปกติ โดยตัวเลขการขาดส่ง และการยึดของไฟแนนซ์นั้นยังเป็นตัวเลขเดิมๆ ไม่ได้สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญแต่ประการใด และเห็นว่า สัญญาณของการขาดส่งค่างวด น่าจะเริ่มเห็นตั้งแต่เดือนที่ 5-6 ของการส่งค่างวดเป็นต้นไป
"เรื่องของการขาดส่งค่างวดจนโดนไฟแนนซ์ยึดรถยนต์นั้น ถือเป็นเรื่องปกติที่เป็นกันมาตั้งแต่ก่อนที่จะมีโครงการรถยนต์คันแรกด้วยซ้ำ ยกตัวอย่าง ก่อนที่จะมีโครงการรถยนต์คันแรกออกมา มีการซื้อขายรถยนต์ และเกิดการขาดส่ง จนทำให้ไฟแนนซ์ยึด เป็นตัวเลขสมมติที่ 5% ณ วันนี้ ตัวเลขก็ไม่ได้สูงไปกว่าที่เคยเป็นมา เพียงแต่ เมื่อปริมาณรถมากขึ้น ปริมาณการขาดส่ง ก็ต้องเพิ่มขึ้นตามสัดส่วนของยอดซื้อขาย"นายทนุศักดิ์กล่าว
ทั้งนี้ ตนได้ให้กรมสรรพสามิตเร่งดำเนินการจัดทำรายละเอียดว่า จากเดิมนั้นมีปริมาณการคืนรถ เพราะส่งค่างวดไม่ไหว มีจำนวนเท่าไหร่ และของใหม่ภายหลังมีโครงการรถยนต์ค้นแรกเท่าไหร่ ซึ่งตอนนี้รายละเอียดต่างๆ ยังไม่ได้ข้อสรุป อย่างไรก็ตาม กระบวนการตามกฎหมายที่จะดำเนินการกับบุคคลที่ได้รับเงินการคืนเงินไปแล้ว แต่ไม่มีความสามารถในการผ่อนค่างวดก็มีพร้อมอยู่แล้ว ซึ่งคนที่เป็นเจ้าของเรื่องนี้คือ กรมบัญชีกลาง
"ทางกรมบัญชีกลางก็จะพยายามทำหน้าที่ ซึ่งจะมากกว่าการทวง คือ จะทำหน้าที่ช่วยคิด ช่วยคุย หากปัญหาเริ่มก่อตัว ผมจะมีก็จะเรียกกรมบัญชีกลางเข้ามาหารือว่ากรณีเกิดปัญหาขึ้น จะมีวิธีคุยกับลิซซิ่ง ไฟแนนซ์อย่างไรบ้าง เพราะอะไรที่พอจะยืดหยุ่นกันได้ก็ต้องทำ อย่าให้ถึงขนาดต้องให้ราชการไปไล่ฟ้องร้องกันเลย ก็จะให้นโยบายดังกล่าวไป เพื่อเป็นการช่วยเหลือประชาชน"นายทนุศักดิ์กล่าว
สำหรับการคืนเงินล่าสุดขณะนี้ กรมสรรพสามิตคืนภาษีให้กับประชาชนไปแล้ว 5 หมื่นราย เป็นจำนวนเงิน 4 พันกว่าล้านบาท โดยคาดว่า ภายในปีงบประมาณนี้จะสามารถคืนเงินได้ประมาณ 70% ของจำนวนผู้ซื้อรถยนต์คันแรกทั้งหมด 1.25 ล้านคัน ทั้งนี้ กระทรวงการคลังจะพยายามไม่ของบกลางเพื่อใช้ในการคืนเงิน เพราะมั่นใจว่าสามารถบริหารจัดการงบประมาณปกติสำหรับใช้คืนเงินให้กับประชาชนได้อย่างแน่นอน
นอกจากนั้น เมื่อวันที่ 13 ก.พ. ที่ผ่านมา ตนได้ให้ 3 กรมจัดเก็บภาษี ไม่ว่าจะเป็น กรมสรรพสามิต กรมสรรพากร และกรมศุลกากร ทำรายละเอียดเกี่ยวกับมาตรการและนโยบายของรัฐ เช่น มาตรการลดภาษีเงินได้นิติบุคคล เหลือ 20% โครงการรถยนต์คันแรก และมาตรการหักค่าลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า สำหรับการบริจาคเพื่อการศึกษาและกีฬา เป็นต้น ได้ส่งผลอะไรบ้างต่อรายได้การจัดเก็บรายได้ และภาครัฐจะได้ผลตอบแทนกลับมาเป็นจำนวนเท่าใด คาดว่าภายในเดือน มี.ค.นี้ น่าจะได้ข้อสรุปจากทั้ง 3 กรมจัดเก็บภาษี






