วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

จับทิศ'ทีวีดาวเทียม'รายใหญ่เล็งทีวีดิจิทัล-ช่องเล็กปรับโฉม

สมรภูมิ โทรทัศน์ดาวเทียม ในปี 2556 ก้าวสู่จุดเปลี่ยนสำคัญอีกครั้ง หลังครองอัตราการเติบโตต่อเนื่องนับจากปี 2551

ที่ประกาศใช้พ.ร.บ.การประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ.2551 ที่กำหนดให้ช่องเคเบิลทีวี รวมถึงกิจการไม่ใช้คลื่นความถี่อย่างช่องทีวีดาวเทียม สามารถหารายได้จากโฆษณา ถือเป็นสาระสำคัญที่ทำให้เกิดช่องทีวีดาวเทียมเกลื่อนน่านฟ้ามาถึงปัจจุบัน

หากนับจำนวนช่องรายการหรือช่องทีวีดาวเทียม ที่ยื่นขอใบอนุญาตประกอบกิจการจาก คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) มีกว่า 600 ช่อง

ด้วยโครงสร้างรายได้ของช่องทีวีดาวเทียม ที่ออกอากาศแบบ "ฟรีทูแอร์" โดยไม่นับรวมช่องประเภทขายตรง มาจาก"โฆษณา" ทำให้ทุกช่องต้องกำหนด "ตำแหน่ง" และกลุ่มเป้าหมายผู้ชมให้ชัดเจน เพื่อสร้างเรทติ้ง ฐานผู้ชมเฉพาะกลุ่ม เพื่อเป็น "สื่อทางเลือก" ให้แบรนด์และสินค้าใช้พื้นที่โฆษณา

ตลอดช่วง 3-4 ปีที่เกิดกระแส..แห่ลงทุนทีวีดาวเทียม ของกลุ่มคอนเทนท์ โปรวายเดอร์ "รายใหญ่" หลายราย "ไปได้สวย" ด้วยคอนเทนท์ตอบโจทย์ตรงกลุ่มผู้ชม สร้างเรทติ้งได้สู่สีช่องฟรีทีวีในบางช่วงเวลา เห็นได้จากงบโฆษณา ที่เริ่มต้นจากหลัก "ร้อยบาท" ขยับเป็น "หมื่นบาท"ต่อนาที ส่งให้ภาพรวมงบโฆษณาผ่านทีวีดาวเทียมในปีที่ผ่านมาอยู่ที่ 9,653 ล้านบาท เติบโตราว 30% ฝ่ายมีเดีย เอเยนซี่ ฟันธงต่อว่าปีนี้เม็ดเงินโฆษณาจะวิ่งไปที่ 12,200 ล้านบาท หรือเติบโตราว 27%

หลังจากค่ายใหญ่ใช้แพลตฟอร์ม "ทีวีดาวเทียม" สร้างฐานผู้ชมจนเป็นที่รู้จัก ประกอบกับภูมิทัศน์สื่อ กำลังจะเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ จากการเปลี่ยนระบบส่งสัญญาณโทรทัศน์อนาล็อกสู่ดิจิทัล ภายใต้การจัดสรรคลื่นความถี่ใหม่ โทรทัศน์ระบบดิจิทัล (ทีวีดิจิทัล) จำนวน 48 ช่องในปีนี้

แต่!! แนวรบการแข่งขันดุเดือดจะอยู่ในกลุ่มช่องบริการธุรกิจ 24 ช่อง แบ่งเป็นช่องเด็ก 5 ช่อง, ช่องข่าว 5 ช่อง, ช่องวาไรตี้ (SD) 10 ช่อง และช่องวาไรตี้ (HD) 4 ช่อง ที่ต้องเข้าสู่กระบวนการประมูลโดยมี "เม็ดเงิน" เป็นผู้กำหนดชัยชนะ

ปัจจุบันได้เห็นการจัดทัพของกลุ่มทุนและคอนเทนท์ โปรวายเดอร์รายใหญ่ ที่ปั้นช่องทีวีดาวเทียม ประสบความสำเร็จทั้งแง่เรทติ้งและเม็ดเงินโฆษณา เตรียมนำ "ช่องรายการ" ข้ามแพลตฟอร์มจากทีวีดาวเทียม ที่แม้จะเข้าถึงฐานผู้ชมทั่วประเทศได้กว่า 60% ไปยังแพลตฟอร์มที่มีความเสถียร มั่นคง และมีฐานะเป็น "คลื่นความถี่สาธารณะ" ที่เป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของคนไทยในการเข้าถึงสื่อ หรือเรียกได้ว่า "ฟรีทีวีดิจิทัล" ต่างจากสื่อทางเลือกอย่างทีวีดาวเทียม

ด้วยแผนของ กสทช. กำหนดการขยายโครงข่ายทีวีดิจิทัล ให้ครอบคลุมฐานผู้ชมครัวเรือนไทยทั่วประเทศภายใน 5 ปี พร้อมหลักเกณฑ์สนับสนุน 22 ล้านครัวเรือนไทยให้เข้าถึงทีวีดิจิทัล ด้วยการแจก "คูปอง" เพื่อนำไปซื้ออุปกรณ์รับชมทั้งกล่องรับสัญญาณ (Set top box) และเครื่องรับโทรทัศน์รุ่นใหม่ที่ติดตั้งจูนเนอร์รับชมช่องทีวีดิจิทัลได้ทันที

นับเป็นแรงส่งให้ช่องทีวีดาวเทียมที่มีความพร้อมด้านคอนเทนท์ ไม่ว่าจะเป็นช่อง เวิร์คพ้อยท์ ที่ประกาศความพร้อมลงทุนในกิจการทีวีดิจิทัล ทั้งด้านเงินทุน บุคลากร และสำคัญ คือคอนเทนท์รายการต่างๆ โดยเฉพาะกลุ่มรายการบันเทิง รายการเด็ก เกมโชว์ และศิลปวัฒนธรรม หลังจากสร้างช่อง เวิร์คพ้อยท์ทีวี ให้เป็นที่รู้จักในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา ถือเป็นอีกช่องที่สามารถเปลี่ยนแพลตฟอร์มไปยังทีวีดิจิทัล เจาะกลุ่มแมสได้เช่นเดียวกับฟรีทีวี

ฟาก 2 ค่ายบันเทิงรายใหญ่ "จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่" เจ้าของช่องทีวีดาวเทียมกลุ่มบันเทิงและเพลง กว่า 10 ช่อง ได้เปิดตัวช่อง "จีเอ็มเอ็ม วัน" ในปีที่ผ่านมา ด้วยคอนเทนท์วาไรตี้เต็มรูปแบบ โดยวางแผนนำช่องจีเอ็มเอ็ม วัน ไปสู่ทีวีดิจิทัล ที่ อากู๋ ไพบูลย์ ดำรงชัยธรรม ประธานกรรมการ บมจ.จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ ประกาศแผนก้าวสู่ยุคดิจิทัล ด้วยเตรียมงบประมาณราว 2พันล้านบาท ในการประมูล 3 ช่อง โดยหนึ่งในจำนวนดังกล่าวคือช่องวาไรตี้ ที่จะเป็นแพลตฟอร์มใหม่ของช่องจีเอ็มเอ็ม วัน

เช่นเดียวกับ อาร์เอส ที่ใช้เวลาเพียง 3 ปีในการขยายกิจการสื่อกลุ่มทีวีดาวเทียม รวม 5 ช่อง คือ คือ สบายดีทีวี ,ช่อง8 , ยู แชนแนล ,สตาร์แม็กซ์ และ ซัน แชนแนล ให้ก้าวสู่ตำแหน่างธุรกิจดาวเด่น ครองสัดส่วนรายได้อันดับหนึ่งของอาร์เอสในปีที่ผ่านมา แซงหน้าธุรกิจเพลงที่ดำเนินการมา 30 ปี

ด้วยทิศทางกิจการโทรทัศน์ในยุคดิจิทัล ยังสร้างโอกาสที่อาร์เอส จะขยายตัวเป็น "เจ้าของสื่อ" ช่องทีวีดิจิทัลเพิ่มเติม โดยมีเป้าหมายประมูลทีวีดิจิทัลประเภทวาไรตี้ ด้วยการนำทีวีดาวเทียม "ช่อง8" ที่สร้างสถิติเรทติ้งช่วงละครเฟิร์สรัน แข่งกับฟรีทีวีอย่างสูสีมาแล้ว ย้ายไปสู่แพลตฟอร์มทีวีดิจิทัล ด้วยความหลากหลายของรายการที่สามารถตอบโจทย์ผู้ชมกลุ่มแมส

ในปีที่ผ่านมาเส้นทาง"ทีวีดาวเทียม" ไม่ได้สวยหรูไปเสียทุกราย เพราะบางรายจำต้องลาจากแพลตฟอร์มนี้เช่นกัน
รายล่าสุดคือ แม็กซี่ทีวี ในเครือจีเอ็มเอ็ม ที่จะเปลี่ยนช่องทางการออกอากาศจากทีวีดาวเทียม ที่มีต้นทุนสูง ไปยังรูปแบบ "อินเทอร์เน็ตทีวี" โดยจับมือเป็นพันธมิตรกับ "เอ็มไทย" เปิดให้รับชมรายการและบริการคลิปดาวน์โหลดในเดือน มี.ค.นี้ หลังจากเปิดตัวช่องดังกล่าวได้ราว 1ปี

ด้านเจ้าของแพลตฟอร์มจานดาวเทียมรายใหญ่ วรสิทธิ์ ลีลาบูรณาพงศ์ กรรมการบริหาร บริษัท พีเอสไอ โฮลดิ้ง จำกัด กล่าวว่าปีนี้เริ่มเห็นทีวีดาวเทียมรายเล็กหลายช่อง "ปิด"ตัวลงหรือปรับตัวมากขึ้น คาดจะมีช่องหายไปราว 30-40 ช่อง แต่เชื่อว่าจะมีช่องเปิดใหม่ในอัตราใกล้เคียงกัน

ขณะที่ช่องรายการประเภทขายสินค้า ก็ปรับตัวด้วยการเพิ่มคอนเทนท์คุณภาพ หรือหาพันธมิตรเข้ามาร่วมผลิต เพื่อทำให้ช่องรายการมีความน่าสนใจ เข้าถึงผู้ชมเฉพาะกลุ่ม ที่สำคัญจำเป็นต้องปรับตัวเพื่ออยู่ภายใต้การกำกับดูแลคอนเทนท์ของ กสทช.ในยุคนี้