วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

MALEE

กำลังการผลิตและประสิทธิภาพการผลิตสูงขึ้น

ปรับเพิ่มราคาเป้าหมายเป็น 185 บาท เราปรับราคาเป้าหมายของ MALEE ตามวิธี DCF ขึ้นมาอยู่ที่ 185 บาท (จาก 130 บาท) หลังปรับเพิ่มประมาณการกำไรสะท้อนกำลังการผลิตและประสิทธิภาพการผลิตเครื่องดื่มที่สูงกว่าคาด ทั้งนี้ราคาเป้าหมายของเรามี PER อยู่ที่ 16.3X ในปี 2556 ซึ่งต่ำกว่า PER ของคู่แข่งทั้งในประเทศและภูมิภาค ขณะที่ปัจจุบัน MALEE มีราคาถูกเนื่องจากซื้อขายที่ PER เพียง 12.1X ในปี 2556 เทียบกับอัตราการเติบโตของกำไรสุทธิเฉลี่ย 17% CAGR ในปี 2555-58 เราจึงคงคำแนะนำ OUTPERFORM จาก UPSIDE 35%
ปรับเพิ่มประมาณการกำไรสุทธิสะท้อนกำลังการผลิตที่สูงขึ้น เราปรับเพิ่มประมาณการกำไรสุทธิของ MALEE 7% และ 16% ในปี 2556-57 ตามลำดับ สะท้อนการขยายกำลังการผลิตที่สูงกว่าคาดและประสิทธิภาพการผลิตที่เพิ่มขึ้นจากกำลังการผลิตใหม่ โดยกำลังการผลิตใหม่ช่วยเพิ่มปริมาณการผลิตสูงสุดของ MALEE อีก 58% ซึ่งนอกจากจะช่วยเพิ่มรายได้เพราะบริษัทใช้กำลังการผลิตเต็มที่มาระยะหนึ่งแล้ว ยังจะทำให้ MALEE มีอัตราส่วนกำไรสูงขึ้นจากการประหยัดค่าใช้จ่ายในส่วนของค่าล่วงเวลา (OT) และค่าแรงต่อหน่วยการผลิต นอกจากนี้ เรายังปรับเพิ่มสมมติฐานอัตราการใช้กำลังการผลิต โดยคาดว่า MALEE จะใช้กำลังการผลิต 100% ในปี 2559 ซึ่งยังคงต่ำกว่าเป้าของผู้บริหารที่คาดไว้ในปลายปี 2556 หรือต้นปี 2557
คาดผลกำไรดีใน 4Q55 เราคาดว่า MALEE จะรายงานกำไร 177 ล้านบาทใน 4Q55 (+68% YOY, +2% QOQ) โดยกลยุทธ์การกระจายการผลิตเพื่อรองรับทั้งการผลิตสินค้าแบรนด์ของบริษัทและของลูกค้า OEM ทำให้ MALEE มีกำไรเติบโต YOY มาตั้งแต่ 4Q53 อย่างไรก็ตาม แม้อัตราการเติบโต YOY ยังคงสูงใน 4Q55 แต่ข้อจำกัดเรื่องกำลังการผลิตเครื่องดื่ม (MALEE ใช้กำลังการผลิตเต็มที่ตั้งแต่ 2Q55) จะทำให้ผลกำไรในไตรมาสสี่ทรงตัวอยู่ในระดับใกล้เคียงกับ 3Q55 นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายพิเศษจากช่วงทดสอบการผลิตของกำลังการผลิตใหม่อาจกระทบศักยภาพการทำกำไรในระยะสั้น เราจึงคาดจะเห็น MALEE มีอัตรากำไรสุทธิลดลงจาก 11.3% ใน 3Q55 มาอยู่ที่ 10.8% ใน 4Q55
แผนลงทุนที่ดีอาจส่งผลให้จ่ายเงินปันผลลดลง เราประมาณการเงินปันผลใน 2H55 (4 บาทต่อหุ้น) โดยอิงนโยบายจ่ายปันผล 50% ของกำไรทั้งปี อย่างไรก็ตาม สมมติฐานเงินปันผลของเราอาจมากเกินไป และมีความเป็นไปได้ที่ MALEE จะจ่ายปันผลไม่เท่ากับนโยบายที่ตั้งไว้หากพบเป้าหมายหรือมีแผนการลงทุนที่น่าสนใจในระยะเวลาอันใกล้ ประกอบด้วยการขยายกำลังการผลิตหรือการซื้อกิจการทั้งในและนอกประเทศ อย่างไรก็ตาม เงินลงทุนเหล่านี้จะช่วยเพิ่มมูลค่าหุ้นของนักลงทุนในระยะยาว เราจึงเชื่อว่าแผนการลงทุนดังกล่าวจะเป็นที่ยอมรับได้ของนักลงทุนที่เน้นมูลค่าหุ้น (VALUE INVESTOR)
AEC จะกลายเป็นแนวโน้ม UPSIDE MALEE อยู่ระหว่างศึกษาและวางแผนการลงทุน (โครงการ GREENFIELD, JV หรือซื้อกิจการ) ในภูมิภาคอาเซียนเพื่อให้ได้ประโยชน์จากการจัดตั้งประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ปัจจุบัน ยอดขาย 15% ของ MALEE มาจากการส่งออกสินค้า ซึ่งอาเซียนนับเป็นตลาดอันดับ 3 รองจากสหรัฐและสหภาพยุโรป แต่หลังการจัดตั้ง AEC เราเชื่อว่ายอดขายไปยังตลาดนี้จะเพิ่มสูงขึ้น นอกจากนี้ เราเชื่อว่า MALEE อาจตัดสินใจก่อสร้างโรงงานแห่งใหม่ในประเทศกลุ่มอาเซียน เพราะนอกจากจะทำให้บริษัทได้ประโยชน์จากแรงงานราคาถูกและสิทธิประโยชน์ทางภาษีจากการส่งออกสินค้าไปยังประเทศพัฒนาแล้ว ยังสามารถใช้เป็นฐานในการผลิตสินค้ารองรับความต้องการในอาเซียน ดังนั้นแม้เราจะยังไม่รวมแผนการลงทุนไว้ในมูลค่าหุ้น แต่เชื่อว่าแนวโน้มการลงทุนดังกล่าวจะกลายเป็น UPSIDE ต่อประมาณการ
การประกาศแผนการลงทุนหรือซื้อกิจการใหม่