วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

สรรพสามิตรื้อภาษีเครื่องดื่มหวังอุดช่องโหว่

สรรพสามิตเล็งรื้อโครงสร้างภาษีเครื่องดื่ม เน้นน้ำผลไม้ หลังพบใช้ช่องว่างหลบเลี่ยง นัดถกรายละเอียดด้านคุณค่าโภชนาการ อย.วันนี้

นายสมชาย พูลสวัสดิ์ อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า กรมฯ มีแผนปรับปรุงโครงสร้างภาษีสรรพสามิตเครื่องดื่มให้เหมาะสมและเป็นไปตามหลักสากล เพื่อเตรียมความพร้อมเข้าสู่การรวมตัวเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ เออีซี ในปี 2558 โดยฝ่ายวิจัยกำลังหาข้อมูลแนวของประเทศต่างๆ ในภูมิภาคมาพิจารณาร่วมด้วย

ปัจจุบันภาษีสรรพสามิตจัดเครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์ในอัตรา 20% แต่มีข้อยกเว้นภาษีอยู่ในบัญชีแนบท้ายจำนวนนับร้อยรายการ โดยรายการที่สำคัญ คือ เครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของผลไม้ไม่น้อยกว่า 10% ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่ผู้ประกอบการนำมาเป็นเหตุผลในการขอยกเว้นภาษี

นอกจากนี้ ยังมีข้อยกเว้นกรณีการผลิตเครื่องดื่มเพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิต และ ส่งเสริมเกษตรกร แต่ขณะนี้พบว่า มีการหลีกเลี่ยง เช่น การนำเข้าหัวเชื้อกลิ่นผลไม้จากต่างประเทศ แล้วอ้างว่าเป็นผลไม้ที่ผลิตในประเทศ

"เราต้องมาดูว่าหลักสากล เขาจัดเก็บภาษีหรือยกเว้นภาษีเครื่องดื่ม โดยเฉพาะเครื่องดื่มน้ำผลไม้อย่างไรบ้าง เพราะเราจะเข้าสู่เออีซี จะมีต่างชาติเข้ามาในบ้านเราอีกมาก ถ้าเขามาดื่มน้ำผลไม้ที่มีส่วนผสมอยู่เพียงเล็กน้อย หรือถ้านำสินค้าคุณภาพต่ำมาขาย ก็เท่ากับเป็นบ่อนทำลายประเทศ"

ในวันนี้ (11ก.พ.) กรมสรรพสามิต จะเข้าหารือร่วมกับองค์การอาหารและยา (อย.) เพื่อขอข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับเครื่องดื่มชนิดต่างๆ และขอคำแนะนำเกี่ยวกับบัญชีแนบท้ายที่กรมสรรพสามิตใช้อยู่ เพื่อนำมาร่วมพิจารณาปรับปรุงโครงสร้างภาษีดังกล่าว โดยเฉพาะคุณค่าของอาหารที่มีส่วนผสมต่างๆ ว่ามีประโยชน์หรือมีโทษต่อสุขภาพมากน้อยเพียงใด เป็นต้น

แนวทางการปรับโครงสร้างภาษีเครื่องดื่มน้ำผลไม้ อาจจะใช้ส่วนผสมของน้ำผลไม้มาเป็นตัวกำหนดในการจัดเก็บในลักษณะเป็นขั้นบันได เช่น ถ้ามีส่วนผสมอยู่เต็ม 100% ก็จัดเก็บในอัตราหนึ่ง ถ้ามีส่วนผสมของผลไม้ที่น้อยกว่านั้นก็จะจัดเก็บในอัตราที่เพิ่มขึ้น เป็นต้น

ทั้งนี้การจัดเก็บภาษีเครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์ เช่น น้ำผลไม้ น้ำแร่ น้ำหวาน น้ำพืชผัก น้ำโซดา มีมูลค่าเกือบ 2 หมื่นล้านบาท/ปี และเป็นภาษีจากเครื่องดื่มน้ำผลไม้ประมาณ 50%: