The Scenery..ธุรกิจคิดจากแกะ

The Scenery..ธุรกิจคิดจากแกะ

“The Scenery” ฟาร์มท่องเที่ยวสุดชิค จุดนัดพบของผู้หลงใหลในการท่องเที่ยว พวกเขาคือธุรกิจที่เกิดจากแกะ ผู้ไม่เคยทำตัวเป็นแกะก็อปงานตัวเอง

“ถ้าที่ไหนเหมือนซีนเนอรี่ ที่นั่นจะไม่ใช่ ซีนเนอรี่”

“กิตติพัฒน์ สิทธัตถ์” กรรมการบริหาร The Scenery Group ตอกย้ำจุดยืนกับเรา ในวันที่มาบันทึกเทปรายการของกรุงเทพธุรกิจ TV เพื่ออัพเดทธุรกิจ และเปิดแผนการรบหน้าใหม่ของพวกเขา

ไม่ต้องแปลกใจถ้าจะไปเจอสถานที่เที่ยว ที่แทบถอดแบบมาจากซีนเนอรี่ “เป๊ะ!” ไปปรากฎอยู่ในพื้นที่ต่างๆ นอก อ. สวนผึ้ง ให้รู้ไว้ว่า “ยิ่งเหมือน..ยิ่งไม่ใช่”

เพราะแนวทางการทำธุรกิจแบบ The Scenery Group คือ จะไม่ก๊อปปี้งานของตัวเอง แม้จะเป็นธุรกิจในเครือก็ตาม แต่ทุกธุรกิจต้องเกิดจากการสร้างสรรค์ใหม่ ทว่าแอบทิ้งกลิ่นอายแบบ “ซีนเนอรี่” ให้ทุกคนพอจดจำได้เท่านั้น

“เวลาจะทำอะไร เราต้องคิด กิมมิก คิดธีม คิดมูดแอนด์โทน แล้วสร้างสรรค์งานใหม่ขึ้นมา จะไม่มีการก๊อปปี้งานเก่า แม้จะเป็นงานของเราเองก็ตาม เราจะไม่ทำซ้ำ ก็เหมือนศิลปิน คุณจะไม่เคยเห็นศิลปินคนไหนวาดรูปเดิมซ้ำๆ แม้จะเป็นรูปที่ประสบความสำเร็จ ทุกคนบอกว่าสวย แต่การจะให้วาดใหม่ แล้วยังวาดรูปเดิม คนนั้น..ไม่ใช่ศิลปิน”

นี่คือจุดยืน และมุมคิด ที่ก่อเกิดเป็นธุรกิจแบบซีนเนอรี่ เมื่อกว่า 10 ปีที่ผ่านมา

หลัง “พลกฤษณ์ สุขเกษม” CEO ของ The Scenery Group ก่อตั้ง The Scenery Resort ขึ้น ด้วย “ความบังเอิญ” จากความคิดแค่ว่า อยากทำสถานที่พักผ่อนส่วนตัวและรองรับเหล่าเพื่อนฝูงเพราะชอบอากาศของสวนผึ้ง จนเมื่อกระแสตอบรับเพิ่มทวีขึ้น เพราะใครๆ ก็อยากมาเสพบรรยากาศนี้กันทั้งนั้น สุดท้ายจึงทำเป็นที่พักจริงจัง โดยมีบ้านพักอยู่เพียง 10 หลัง เพื่อย้ำจุดขาย..พักผ่อนแบบส่วนตัว พร้อมกฎเหล็กในการก่อสร้างที่ว่า “ห้ามฆ่าสัตว์ ห้ามตัดต้นไม้”

หลังมีบ้านพัก ธุรกิจจากความบังเอิญที่สองก็เกิดขึ้น เมื่อต้องทำร้านอาหารมารองรับแขกที่เข้าพัก ที่มาของ “Honey Scene Steak and Bar” ร้านอาหารที่บริการ อาหารไทย สเต็ก และอาหารจานเดียว เพื่อเน้นความรวดเร็วสำหรับลูกค้า มีที่กิน ที่อยู่ ก็ต้องมีกิจกรรมมาเอาใจผู้เข้าพัก และนั่นคือจุดกำเนิดของ “The Scenery Vintage Farm” ฟาร์มท่องเที่ยว ที่ให้บริการชมแกะปลอดโรคตามมาตรฐานกรมปศุสัตว์ พร้อมเหล่าเพื่อนสัตว์อย่าง ม้า ม้าแคระ วัว นกยูง กับกิจกรรมเพิ่มความสนุกสนานแบบจัดเต็ม เช่น บูธเกมส์แบบงานแฟร์ ยิงธนู ถ่ายภาพพร้อมเครื่องแต่งกายแบบวินเทจ ผ่านมาหลายปีแต่กิจกรรมสนุกๆ ก็ไม่เคยหมด ล่าสุดเขาเผยว่าในไตรมาส 3 ของปีนี้ จะมีโชว์สุดสนุกจากน้องแกะ มีสุนัขต้อนแกะ โชว์ตัดขนแกะ และการทอขนแกะเป็นเส้นด้าย เหล่านี้ เป็นต้น

ธุรกิจจากพลังไอเดียที่สี่ ตามมาติดๆ นั่นคือ ร้านขายของที่ระลึก “Sheepie Sheep” จำหน่ายเสื้อผ้าปักขนแกะ และของที่ระลึก ภายใต้แบรนด์ Sheepie Sheep หนึ่งไอเดียต่อยอดธุรกิจที่น่าสนใจคือ การนำขนแกะที่เลี้ยงมานำไปทอเป็นโลโก้ที่ปกเสื้อสร้างจุดขายให้สินค้าจากร้าน Sheepie Sheep

มีโลโก้จากขนแกะได้ ก็คิดอย่างอื่นที่จะต่อยอดจากแกะได้เช่นกัน ที่มาของไอศกรีม “EWE-CREAM” (ยู-ครีม) ไอศครีมนมแกะ ที่ผ่านมาตรฐาน อ.ย. แม้ยังผลิตนมแกะเองไม่ได้ แต่ก็นำเข้ามาจากสวิสเซอร์แลนด์ เพื่อไม่ให้หลุดคอนเซ็ปต์แบบซีนเนอรี่ ซึ่งปัจจุบันEWE-CREAMจำหน่ายที่ร้านอาหารในเครือซีนเนอรี่ทุกสาขา

ก้าวเข้าสู่จุดเปลี่ยนที่สำคัญของซีนเนอรี่ เมื่อธุรกิจได้รับการตอบรับอย่างล้นหลาม ห้องพักไม่เคยว่างเลยตลอดหลายปีที่ผ่านมา ขณะที่ตัวเลขผู้เข้าชมฟาร์มก็ขยับโตขึ้นเรื่อยๆ “ความสงบ” และ “เป็นส่วนตัว” ตาม

อุดมการณ์เริ่มต้น แทบจะหล่นหายไปหมดแล้ว ถึงเวลาที่พวกเขาต้องเลือก เพื่อความชัดเจนในธุรกิจ ที่มาของการตัดสินใจปิดรับลูกค้าในส่วนของรีสอร์ตไป เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2554 ที่ผ่านมา ยอมรับกับตัวเลขรายได้ที่สูญหาย และหาทางทำให้ตัวเลขกลับคืนมาจากช่องทางอื่น

“แม้จะปิดรีสอร์ทไปแล้ว แต่ลูกค้าของเรากลับเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากการเพิ่มกิจกรรมต่างๆ เข้าไป จนผู้เข้าชมวันธรรมดามีอยู่เกือบพันคน เสาร์อาทิตย์มี 2-3,000 คน ส่วนวันหยุดยาวจากเดิมอยู่ที่ 5-8,000 คน ต่อวัน จนสถติใหม่ล่าสุดคือ เกือบ 12,000 คน ต่อวัน” เขาฉายภาพความสำเร็จ

ดูความสำเร็จที่เกิดขึ้นก็น่าจะ “แฮปปี้” แต่สำหรับ “ซีนเนอรี่” พวกเขาไม่ได้หยุดอยู่แค่นั้น เมื่อโอกาสในธุรกิจยังมี ก็ต้องใช้ศักยภาพของตัวเองก่อประโยชน์ให้มากที่สุด ที่มาของการเปิดบริษัทลูกใต้ร่มซีนเนอรี่กรุ๊ป ที่ชื่อ “อินดี้ฟู้ดแอนด์เบฟเวอเรจ จำกัด” เพื่อดำเนินธุรกิจร้านอาหารและรับจัดเลี้ยง ที่แตกต่างไปจากเดิม คือ การขยับจากฐานที่มั่นสวนผึ้ง ไปบุกสนามอื่นเป็นครั้งแรก หลังเห็นโอกาสในธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม ที่เชื่อว่ายังคงไปได้ “สวย”

เริ่มจากเปิดร้านอาหารชื่อ “Flow Restaurant and Bar” ตรง ซ.พหลโยธิน 9 ร้านอาหารฟิวชั่นสไตล์ไทย ที่มีกลิ่นอายซีนเนอรี่ แต่ไม่เหมือนซีนเนอรี่ โดยจัดเต็มทั้งการใส่กิมมิก การตกแต่งร้าน บรรยากาศ ตลอดจนรสชาติอาหารที่สร้างสรรค์มาอย่างพิเศษ จากเชฟในเครือของพวกเขา

“มองว่าเรื่องของการตกแต่งหรืออะไรก็แล้วแต่ เป็นแค่ความประทับใจแรกของลูกค้า แต่สิ่งที่จะดึงดูดให้เขากลับมาใช้ซ้ำ นั่นคือ รสชาติของอาหาร เราต้องมีอาหารที่ อร่อย สะอาด และถูกหลักอนามัย ซึ่งเราให้ความสำคัญมากกับการตรวจสอบคุณภาพอาหารอย่างใกล้ชิดและสม่ำเสมอ เพื่อให้มั่นใจว่าปลอดภัยก่อนเสิร์ฟถึงมือลูกค้า”

ขณะที่ร้าน “Flow Restaurant and Bar” ตกแต่งด้วยสไตล์ Vintage พวกเขาก็เตรียมขยายร้านที่สองสู่ตลาดคอมมูนิตี้มอลล์ แน่นอนว่ารูปแบบและจุดขายต้องไม่ซ้ำแบบเดิม โดยเลือกสไตล์ English Country มาสร้างความต่าง พร้อมชื่อใหม่ “PARLOUR” (พาร์เล่อร์) ซึ่งมาจากศัพท์ภาษาอังกฤษโบราณ ที่แปลว่า “ห้องรับรอง” โดยเลือก Crystal Design Center (C.D.C.) ประเดิมสาขาแรก ก่อนวางแผนขยายอีก 3 สาขา ภายในเวลา 2 ปี

"การขยายสาขาขึ้นกับว่าเราสามารถควบคุมคุณภาพไว้ได้หรือไม่ เพราะสิ่งที่เราแคร์มากที่สุดคือคุณภาพ และลูกค้า ถ้าการมีหลายสาขาแม้ได้เงินเข้ามามากแต่คุมคุณภาพไว้ไม่ได้ โอกาสที่จะซัคเซสก็ไม่มีและเราไม่แฮปปี้ที่จะขยายแบบนั้น”

ธุรกิจร้านอาหาร คือจิ๊กซอร์ตัวใหม่ของซีนเนอรี่ ขณะที่ยังยืนยันที่จะอยู่ในตลาดท่องเที่ยวบริการ อาหารและเครื่องดื่ม เพราะความเชี่ยวชาญที่สั่งสมมาและเชื่อว่าประเทศไทยเป็นหัวหอกในธุรกิจท่องเที่ยวของอาเซียน และเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับอนาคตและรับมือ AEC จึงร่วมมือกับ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ เพื่อใช้วิชาการและเทคโนโลยี มาเติมเต็มจุดแข็งให้กับสินค้าและบริการจากซีนเนอรี่ ตลอดจนปั้นคนเก่งเพื่อมาเป็นทีมงานที่แข็งแกร่งของพวกเขาในอนาคตอีกด้วย

“สิ่งที่ทำให้ทุกคนยังคิดถึงซีนเนอรี่ คือการที่เขาเข้ามากี่ครั้งก็จะเจออะไรที่เปลี่ยนแปลงไป นั่นเพราะเราไม่หยุดที่จะพัฒนาตัวเอง เป้าหมายก็แค่.. ลูกค้าต้องมีความสุขกลับไปทุกครั้ง”

เขาบอกความมุ่งมั่น ของธุรกิจที่เกิดจากแกะ คิดจากแกะ แต่ต่อยอดไปได้ไม่สิ้นสุด ด้วยพลังความคิด

.......................

Key to success

ไอเดียธุรกิจ แบบ ซีนเนอรี่

๐ เกิดจากแกะ แต่ไม่จบแค่แกะ

๐ ถ้าเหมือนซีนเนอรี่ จะไม่ใช่ซีนเนอรี่

๐ ทำของใหม่ ต้องไม่ซ้ำแบบเก่า

๐ขยายธุรกิจต้องควบคุมได้

๐ ผู้บริหารมีจุดยืน และชัดเจนในจุดยืนนั้น

๐ ผู้ประกอบการ อ.สวนผึ้ง จับมือกันเหนียวแน่น

๐ เป้าหมายก็แค่ ความสุขของลูกค้า