คลังชงเพิ่มกรณีค่าแรง 300 ลามหน่วยงานรัฐและเพิ่มขีดความสามารถผู้ประกอบการเอสเอ็มอีวันนี้
แหล่งข่าวทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่าในการประชุมครม.ในวันที่ 5 ก.พ. นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง จะเสนอมาตรการบรรเทาผลกระทบจากการปรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ และเพิ่มขีดความสามารถของผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม(SMEs) โดยขอให้ครม.พิจารณาให้ความเห็นชอบการปรับปรุงการประหยัดในการเบิกค่าใช้จ่ายตามมติครม.เมื่อวันที่ 24 พ.ย. 2552 ข้อ 2.1 เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรการการคลังและการเงินเพื่อบรรเทาผลกระทบจากการปรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำเป็น 300 บาท/วันทั่วประเทศ และเพิ่มขีดความสามารถของผู้ประกอบการธุรกิจ SMEs
โดยวาระดังกล่าวจะเป็นในส่วนของการปรับเพิ่มค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มในการฝึกอบรมและการประชุม และค่าอาหารในการประชุมภายในประเทศให้เหมาะสมกับค่าครองชีพและสภาวการณ์ปัจจุบัน โดยขอให้ครม.เห็นควรปรับอัตราเพิ่มขึ้นเพื่อให้ส่วนราชการปฏิบัติ โดยในส่วนของค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มการฝึกอบรมและการประชุมในสถานที่ราชการเบิกได้ไม่เกิน 35 บาท ต่อมื้อ/ต่อคน แต่ถ้าเป็นสถานที่เอกชนเบิกได้ไม่เกิน 50 บาทต่อมื้อต่อคน สำหรับค่าอาหารในการประชุมเบิกได้ไม่เกิน 120 บาทต่อมื้อต่อคน
นอกจากนี้กระทรวงการคลังยังเสนอการปรับโครงสร้างหนี้ต่างประเทศที่กระทรวงการคลังค้ำประกันและ เสนอรายการกู้เงินเพื่อปรับโครงสร้างหนี้พันธบัตรออมทรัพย์และตั๋วสัญญาใช้เงินเพื่อการปรับโครงสร้างหนี้(R-bill) ที่ครบกำหนดในเดือนธันวาคม 2555
กระทรวงพาณิชย์ เสนอร่างพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม (ฉบับ...) พ.ศ....(จัดตั้งสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า กระทรวงพาณิชย์ ขณะที่กระทรวงสาธารณสุข ขออนุมัติเปิดเลขหมายโทรคมนาคมพิเศษ 4 หลัก กระทรวงแรงงาน เสนอรายงานของผู้สอบบัญชีและงบการเงินกองทุนเงินทดแทน สำหรับปีสิ้นสุด วันที่ 31 ธันวาคม 2554 และ 2553 และกระทรวงอุตสาหกรรม เสนอรายงานสถานการณ์เศรษฐกิจอุตสาหกรรม เดือนธันวาคม 2555
ส่วนวาระของหน่วยงานอื่นๆนั้น คณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อการฟื้นฟูและสร้างอนาคตประเทศ (กยอ.) เสนอผลการประชุมกยอ. ครั้งที่ 11/2555 และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เสนอแต่งตั้งพล.ต.ท.สุรพล ธนโกเศศ เป็นผู้ประสานงานคณะรัฐมนตรีและรัฐสภา(ปคร.)







