วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

STANLY - ซื้อ

กำไรดีกว่าคาด และมีโอกาสรับรู้ค่าสินไหมประกันที่เหลืออีก 300 ล้านบาท

 กำไร 3Q55 อยู่ที่ 442 ล้านบาท พลิกจากปีก่อนขาดทุน 367 ล้านบาท

STANLY รายงานผลประกอบการงวด 3Q55 (ต.ค.-ธ.ค. 55) ดีกว่าคาด 10% พลิกเป็นกำไร 442 ล้านบาท จากขาดทุน 367 ล้านบาท ในงวด 3Q54 เนื่องจากโรงงานถูกน้ำท่วม และเพิ่มขึ้น 21% QoQ เนื่องจากอัตราการทำกำไรขั้นต้นฟื้นตัวราว 2% QoQ มาอยู่ที่ 22% และมียอดขายทำสถิติยอดขายสูงสุดเป็นประวัติการณ์ของเพิ่มขึ้น 3% QoQ มาอยู่ที่ 2.9 พันล้านบาท โดยงวด 3Q55 STANLY มีอัตราการใช้กำลังการผลิตโรงงานใหม่ (Lamp 7) เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ราว 50% จากงวด 2Q55 มีอัตราการใช้กำลังการผลิตไม่ถึง 10% และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 70% ในช่วงเดือน มี.ค.-เม.ย. 56

 มีโอกาสรับรู้ค่าสินไหมประกันที่เหลือ 300 ล้านบาท ใน 4Q55

ผลประกอบการงวด 4Q55 (ม.ค.-มี.ค. 56) มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องตามการใช้กำลังการผลิตในโรงงานใหม่ที่เพิ่มขึ้น ผู้ผลิตรถยนต์ยังเร่งกำลังการผลิตเพื่อส่งมอบรถยนต์ให้ทันตามกำหนดจากยอดจองรถค้างส่งมอบจำนวนมาก คาดมีกำไรทะลุหลัก 400 ล้านบาท ต่อเนื่อง นอกจากนี้ ยังมีโอกาสได้รับค่าสินไหมประกันจากเหตุการณ์น้ำท่วมที่เหลืออีกราว 300 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะได้ข้อสรุปภายในเดือน มี.ค. 56 โดยที่เรายังไม่ได้รวมรายการดังกล่าวไว้ในประมาณการ ดังนั้น ผลประกอบการงวดปี 2555 มีโอกาสที่จะสูงกว่าที่เราคาดว่าจะมีกำไร 1.5 พันล้านบาท เติบโต 111% YoY

 งวด 1H56 อุตฯ ยานยนต์ไทยมีแนวโน้มเติบโตโดดเด่นต่อเนื่อง

อุตฯ ยานยนต์ไทยปี 2556 มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง เนื่องจากนโยบายรถคันแรกเมื่อปีที่แล้วทำให้มียอดจองรถยนต์ค้างส่งมอบมาในปีนี้กว่า 5 – 7 แสนคัน และการผลิตเพื่อการส่งออกมีแนวโน้มเติบโตขึ้นจากปีที่แล้วที่ผู้ผลิตรถยนต์เน้นการผลิตเพื่อรองรับตลาดภายในประเทศเป็นหลัก เราคาดยอดผลิตรถยนต์รายเดือนงวด 1H56 จะยังเติบโตโดดเด่นต่อเนื่อง 20 – 70% YoY และคาดยอดผลิตรถยนต์ปี 2556 จะเติบโตราว 3 – 7% ขณะที่ปี 2556 อุตฯ ยานยนต์ไทยมีความเสี่ยงจากความเปราะบางของภาวะเศรษฐกิจโลกและค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นเนื่องจากต้องพึ่งพิงภาคการผลิตการส่งออกมากขึ้น

 ราคาหุ้นยังไม่สะท้อนแนวโน้มการฟื้นตัวที่แข็งแกร่งและโอกาสได้เงินประกัน

แม้ว่าช่วง 1 – 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ราคาหุ้น STANLY จะเพิ่มขึ้นแล้วราว 5% มาอยู่ที่ระดับ 240 บาท แต่อย่างไรก็ตาม ยังมีส่วนต่างเมื่อเทียบกับมูลค่าเหมาะสมที่เราประเมินเท่ากับ 300 บาท (เทียบเท่า P/E Ratio ’56 ที่ 12 เท่า) ถึง 25% เราจึงยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” และมองว่าราคาหุ้นยังไม่สะท้อนแนวโน้มการฟื้นตัวที่แข็งแกร่งและโอกาสได้เงินสินไหมประกันกว่า 300 ล้านบาทในงวด 4Q55