วันจันทร์ ที่ 1 มิถุนายน 2569

Login
Login

เปิดแผนลงทุนเมกะโปรเจค1.9ล้านล้าน

เปิดแผนลงทุนเมกะโปรเจค1.9ล้านล้าน

เปิดแผนลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน 1.9 ล้านล้าน ทุ่มพัฒนาระบบราง 1.28 ล้านล้าน

กระทรวงการคลังเสนอร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน วงเงิน 2 ล้านล้านบาท ในวันที่ 5 ก.พ.นี้ โดยงบประมาณส่วนใหญ่ใช้ในโครงการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน มีรายละเอียดดังนี้)

สาเหตุที่รัฐบาลต้องเร่งลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานขนส่ง เนื่องจากปัจจุบันประสิทธิภาพการขนส่งของไทย ล้าหลังคู่แข่งมาก โดยจากรายงานความสามารถในการแข่งขันที่จัดทำโดย Word economic forum ระบุว่า ไทยมีประสิทธิภาพการขนส่งทางถนน อันดับที่ 36 ของโลก ขณะที่สิงคโปร์ อยู่อันดับ 1 มาเลเซีย อันดับที่ 21

ส่วนประสิทธิภาพขนส่งทางรถไฟ ไทยอยู่อันดับที่ 57 ของโลก ขณะที่ฮ่องกง อยู่ที่อันดับ 2 มาเลเซีย อยู่อันดับที่ 20 การขนส่งทางเรือ ไทยอยู่อันดับ 43 ฮ่องกง อยู่อันดับ 1สิงคโปร์อันดับ 2 มาเลเซียอันดับ 19 ขนส่งทางอากาศ ไทยอันดับ 28 ฮ่องกง อันดับ 1 สิงคโปร์ อันดับ 2 มาเลเซีย อันดับ 29 รองจากไทย

แผนการลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระบบคมนาคมขนส่ง ซึ่งเป็นโครงการเดิมของกระทรวงคมนาคมที่มีแผนมาก่อนหน้านั้น แต่ตามร่างพระราชบัญญัติดังกล่าว กระทรวงคมนาคมได้เสนอโครงการสำคัญประมาณ 1.9 ล้านล้านบาท

การลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน จะให้ความสำคัญกับระบบรางมากที่สุด โดยกำหนดวงเงินลงทุน 1.28 ล้านล้านบาท คิดเป็น 65.05% รองลงมาคือการขนส่งทางถนน วงเงิน 4.7 แสนล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 24.20% การขนส่งทางน้ำ วงเงิน 1.2 แสนล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 6.51% และการขนส่งทางอากาศ วงเงิน 8.3 หมื่นล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 4.24%

เป้าหมายของแผนคือต้นทุนการขนส่งสินค้ารวมเฉลี่ยต้องอยู่ที่ 1.8669 บาท/ตัน-กิโลเมตร ในปี 2563 ซึ่งจะลดต้นทุนการขนส่งสินค้าได้ปีละ 52,843 ล้านบาท ลดความสูญเสียจากการใช้น้ำมันปีละ 1.5 แสนล้านบาท และปริมาณผู้โดยสารในระบบขนส่งสาธารณะเพิ่มขึ้น 6% ซึ่งจะลดความสูญเสียจากการใช้รถส่วนบุคคล 8 หมื่นล้านบาท ประหยัดมูลค่าของเวลาในการเดินทางคิดเป็นเงิน 1.08 แสนล้านบาท

การลงทุนขนส่งทางราง วงเงิน 1.28 ล้านล้านบาท มีดังนี้

1.โครงการรถไฟความเร็วสูง 4 เส้นทาง วงเงิน 4.8 แสนล้านบาท ได้แก่ เส้นทางกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ กรุงเทพฯ-นครราชสีมา กรุงเทพฯ-หัวหิน และสุวรรณภูมิ-ชลบุรี-พัทยา-ระยอง

2.โครงการระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชน วงเงิน 4.75 แสนล้านบาท ได้แก่ สายสีแดงช่วงรังสิต-มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์รังสิต สายสีแดงช่วงบางซื่อ-พญาไท-มักกะสัน

สายสีแดงช่วงตลิ่งชัน-ศาลายา แอร์พอร์ตเรลลิงค์ ช่วงดอนเมือง-พญาไท สายสีเขียว ช่วงสะพานใหม่-คูคต สายสีชมพู ช่วงแคราย-มีนบุรี สายสีส้ม ช่วงตลิ่งชัน-มีนบุรี สายสีม่วง ช่วงเตาปูน-ราษฎร์บูรณะ สายสีเหลือง ช่วงลาดพร้าว-สำโรง สายสีเขียว ช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ และสายสีเขียว ช่วงหมอชิต-สะพานใหม่

3.ระบบรถไฟสายใหม่ วงเงิน 1.4 แสนล้านบาท ได้แก่ ช่วงเด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ ช่วงบ้านไผ่-มหาสารคาม-มุกดาหาร ช่วงอรัญประเทศ-ปอยเปต และช่วงเชื่อมท่าเรือฝั่งอ่าวไทย-อันดามันระยะที่ 1

4.โครงการรถไฟทางคู่ 6 เส้นทาง วงเงิน 1.3 แสนล้านบาท ได้แก่ ฉะเชิงเทรา-คลองสิบเก้า-แก่งคอย ลพบุรี-ปากน้ำโพ มาบกะเบา-ชุมทางถนนจิระ ชุมทางถนนจิระ-ขอนแก่น นครปฐม-หัวหิน และประจวบคีรีขันธ์-ชุมพร ส่วนที่เหลือเป็นการปรับปรุงทางรถไฟที่ไม่ปลอดภัย การปรับปรุงสะพาน การติดตั้งระบบอาณัติสัญญาณไฟสี ติดตั้งระบบโครงข่ายโทรคมนาคม การก่อสร้างสถานีบรรจุและแยกสินค้ากล่องหรือสถานีไอซีดีแห่งที่ 2

การลงทุนขนส่งทางถนน เป็นโครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง 5 สายทาง วงเงิน 2 แสนล้านบาท ได้แก่ ช่วงชลบุรี-พัทยา-มาบตาพุด ช่วงบางปะอิน-สระบุรี-นครราชสีมา ช่วงบางใหญ่-บ้านโป่ง-กาญจนบุรี ช่วงนครปฐม-สมุทรสงคราม-ชะอำ และช่วงบางปะอิน-นครสวรรค์ โครงการทางหลวงเชื่อมโยงระหว่างประเทศ ทางหลวงวงแหวนรอบนอกกรุงเทพฯรอบที่ 3

การลงทุนขนส่งทางน้ำ มีโครงการการก่อสร้างเขื่อนยกระดับในแม่น้ำเจ้าพระยาและน่าน วงเงิน 1.4 หมื่นล้านบาท ท่าเรือน้ำลึกปากบารา ระยะที่ 1 วงเงิน 1.2 หมื่นล้านบาท ท่าเรือแหลมฉบังระยะที่ 3 วงเงิน 8.8 หมื่นล้านบาท

การลงทุนขนส่งทางอากาศ มีโครงการการพัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิระยะที่ 2 วงเงิน 6.2 หมื่นล้านบาท การก่อสร้างทางวิ่งเส้นที่ 3 วงเงิน 2.4 หมื่นล้านบาท