สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เตรียมส่งหนังสือถึงบีโอไอ ทบทวนร่างยุทธศาสตร์ส่งเสริมการลงทุน ชี้ตัดกิจการเกษตรออกกระทบซัพพลายเชน
นายพรศิลป์ พัชรรินทร์ตนะกุล ประธานคณะกรรมการธุรกิจเกษตรและอาหาร สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า สภาหอการค้าฯเตรียมส่งหนังสือถึงสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ให้ทบทวนร่างยุทธศาสตร์ส่งเสริมการลงทุนระยะ 5 ปี (ปี2556-2560) ซึ่งยกเลิกส่งเสริมการการลงทุนอุตสาหกรรมเกษตรหลายประเภท อาทิ การผลิตอาหารสัตว์หรือส่วนผสมอาหารสัตว์ การอบพืชและไซโล และการตัดกิจการส่งเสริมการลงทุนบางประเภทออก ซึ่งจะกระทบซัพพลายเชน โดยผู้ประกอบการจะเลือกลงทุนเฉพาะกิจการที่ได้รับส่งเสริมการ ลงทุน เนื่องจากต้นทุนการลงทุนลดลง
"ร่างยุทธศาสตร์ส่งเสริมการลงทุนใหม่ให้ความสำคัญกับอุตสาหกรรมสีเขียว แต่กิจการเกษตรหลายชนิดทีเข้าข่ายกิจการสีเขียว แต่ถูกตัดออก เช่น การปลูกป่า ขณะนี้ยังไม่ชัดเจนว่าเงื่อนไขการส่งเสริมกิจการสีเขียวเป็นอย่างไร นอกจากนี้กิจการเกษตรบางประเภทได้รับส่งเสริมจากบีโอไอมา 20 ปี ช่วยสร้างงานมาตลอด แต่ขณะนี้บอกว่าไม่ส่งเสริมแล้ว "
นายพรศิลป์ กล่าวว่า ส่วนรูปแบบคลัสเตอร์ที่บีโอไอต้องการส่งเสริมยังไม่มีความชัดเจน โดยภาคเอกชนเห็นว่าควรส่งเสริมคลัสเตอร์แนวลึก เพื่อให้เกิดคลัสเตอร์แบบซัพพลายเชน ซึ่งในภาคเกษตรส่งเสริมให้เกิดคลัสเตอร์ได้หลายชนิด โดยอาจส่งเสริมคลัสเตอร์ปาล์มน้ำมัน ที่ส่งเสริมตั้งแต่สวนปาล์ม โรงสกัด โรงกลั่นและผลิตภัณฑ์จากปาล์ม หรือคลัสเตอร์มันสำปะหลังที่ส่งเสริมตั้งแต่ไร่มัน ลานมัน โรงงานแป้งมัน การผลิตเอทานอลและพลาสติกชีวภาพ ซึ่งการส่งเสริมตามแนวทางนี้จะช่วยเพิ่มศักยภาพของห่วงโซ่การผลิต
รายงานข่าวจากบีโอไอแจ้งว่า บีโอไอกำหนดหมวดเกษตรกรรมและผลิตผลจากการเกษตรตัดกิจการที่ส่งเสริมการลงทุนออก 12 กิจการ ประกอบด้วย 1.การเพาะปลูกด้วยระบบ Hydroponics 2.การปลูกป่า 3.การผลิตปุ๋ยชีวภาพ ปุ๋ยอินทรีย์หรือสารปรับปรุงดิน 4.การผลิตอาหารสัตว์หรือส่วนผสมอาหารสัตว์ 5.การอบพืชและไซโล 6.ประมงน้ำลึก 7.การฆ่าและชำแหละสัตว์ 8.การฟอกหนัง แต่งสำเร็จหนังสัตว์หรือการตกแต่งขนสัตว์ 9.การผลิตลูกอม ช็อกโกแลตและหมากฝรั่ง
10.ผลิตภัณฑ์จากพืชสมุนไพร 11.ห้องเย็นและขนส่งห้องเย็น 12.การบริหารจัดการฟาร์ม สำหรับหมวดเกษตรกรรม และผลิตผลจากการเกษตรที่ได้สิทธิประโยชน์สูงสุดมี 3 กิจการ คือ การผลิตอาหารทางการแพทย์ ผลิตภัณฑ์อาหารเสริม การผลิตเชื้อเพลิงชีวภาพจากเซลลูโลสและน้ำมันดีเซลชีวภาพสังเคราะห์ โดยได้ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล 8 ปี แบบจำกัดวงเงินภาษีที่ยกเว้น






