ฟันด์เมเนเจอร์มองแนวโน้มหุ้นไทยเดือนก.พ.ปรับฐาน หลัง 3 เดือน ทะยานต่อเนื่อง 240 จุด แนะขายทำกำไร พักรบ หลบเข้าตลาดเงิน
กระแสเงินทุนไหลเข้าในช่วงที่ผ่านมา ส่งผลให้ดัชนีตลาดหุ้นไทยในเดือนมกราคมที่ผ่านมาร้อนแรงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 ดัชนีทะยานตัวจาก 1,240 จุด ขึ้นมาทดสอบระดับ 1,480 จุด หรือเพิ่มขึ้นกว่า 240 จุด เพิ่มขึ้นกว่า 20% และเป็นปีที่ January Effect กลับมาอีกครั้ง เมื่อเทียบกับช่วงหลายๆ ปี ที่ดัชนีตลาดหุ้นไทยในดือนม.ค.จะปรับตัวลดลงราว 3-5%
ขณะเดียวกันความร้อนแรงของตลาดหุ้นไทย ทำให้ความมั่นใจของนักลงทุนเพิ่มมากขึ้น เห็นได้จากสถิติย้อนหลัง ในเดือนม.ค.แรงเทขายของนักลงทุนสถาบัน ซึ่งเกิดขึ้นจากนักลงทุนที่ลงทุนกองทุนหุ้นระยะยาว (LTF) จะขายหุ้นออกมา เนื่องจากครบกำหนด 5 ปีปฏิทิน ซึ่งถือเป็นอีกแรงกดดันที่ทำให้ตลาดหุ้นไทยปรับตัวลดลง แต่ทว่าในปีนี้ สถานการณ์กลับกัน มุมมองนักลงทุนสถาบันที่เป็นบวกกับตลาดหุ้น มีการออกกองทุนประเภททริกเกอร์ฟันด์ ออกมา และได้รับการตอบรับจากนักลงทุน ทำให้มีแรงซื้อของนักลงทุนสถาบันเข้ามา ทานแรงขายของกองทุน LTF
ตลาดหลักทรัพย์รายงานข้อมูลพอร์ตการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติระหว่างวันที่ 1-31 ม.ค. พบว่านักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิเข้ามากว่า 1.5 หมื่นล้านบาท สถาบันซื้อสุทธิ 4.4 พันล้านบาท ขณะที่นักลงทุนรายย่อยขาย 1.7 หมื่นล้านบาท และบัญชีบล.ขาย 1.7 พันล้านบาท
นายวิน อุดมรัชตวนิชย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน วรรณ จำกัด ให้ความเห็นว่า แนวโน้มการลงทุนตลาดหุ้นไทยในเดือนก.พ. คาดว่าอาจเห็นการปรับฐาน เนื่องจากตลอดช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา ราคาหุ้นเพิ่มขึ้นอย่างร้อนแรง จากปัจจัยหนุนของเงินทุนไหลเข้า
"เราอาจเห็นการปรับฐานของตลาดหุ้นไทยในเดือนก.พ. โดยตัวแปรที่ต้องจับตามองคือ การเลือกตั้งอิตาลี และการขยายเพดานหนี้สหรัฐ ที่คาดว่าจะมีการพิจารณาในช่วงปลายเดือนก.พ. ซึ่งอาจกดดันบรรยากาศการลงทุนตลาดหุ้นทั่วโลก ถ้าหากมีข่าวไม่ดีเข้ามากระทบ ก็จะเป็นจังหวะในการขายทำกำไรของนักลงทุนต่างชาติ แนวรับแรกน่าจะอยู่ที่ 1,350 จุด หรืออาจลดลงมาอยู่ที่ 1,300 จุด ต้นๆ"
ส่วนแนวโน้มการลงทุนทองคำในช่วงเดือนก.พ. คาดว่าจะแกว่งตัวในกรอบ 1,600-1,700 ดอลลาร์/ออนซ์ ขณะที่แนวโน้มดอกเบี้ย บลจ.วรรณมองว้ายังคงทรงตัวอยู่ในระดับต่ำ
กลยุทธ์การลงทุนในเดือนก.พ. ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ.วรรณ แนะนำให้ทยอยขายทำกำไรตลาดหุ้น และพักเงินไว้ในกองทุนตลาดเงิน (มันนี่มาร์เก็ต) เพื่อรอกลับเข้าไปซื้ออีกครั้งในช่วงดัชนีปรับฐาน เนื่องจากบริษัทยังคงมีมุมมองในเชิงบวกการลงทุนตลาดหุ้นไทยที่คาดว่าดัชนีมีโอกาสทดสอบระดับ 1,500 จุดในปีนี้
นายณัฐดนัย ประทานพรทิพย์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สายงานการลงทุน บลจ.ฟินันซ่า มองว่า แม้ตลาดหุ้นไทยในเดือนก.พ.อาจมีความผันผวน แต่ในระยะยาวคาดว่ายังอยู่ในช่วงขาขึ้น เนื่องจากได้รับปัจจัยหนุนจากการบริโภคภายในประเทศ จากนโยบายค่าแรง 300 บาท และเงินเดือน 1.5 หมื่นบาท ที่ทำให้ประชาชนมีกำลังซื้อเพิ่ม
กลยุทธ์การลงทุนตลาดหุ้นเดือนก.พ. แนะนำลงทุนหุ้นที่เกี่ยวข้องกับนโยบายลงทุนของรัฐบาล เช่น กลุ่มวัสดุก่อสร้าง การบริโภค
ส่วนแนวโน้มดอกเบี้ยคาดว่าจะทรงตัวในระดับ 2.75% และมีโอกาสปรับตัวลดลง 1 ครั้ง หากค่าเงินบาทแข็งค่า ทำให้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) อาจได้รับแรงกดดันให้ลดดอกเบี้ย เพื่อชะลอเงินไหลเข้า
ขณะที่แนวโน้มราคาทองคำ ระยะยาวอยู่ในช่วงขาขึ้น แต่ที่ยังไม่สามารถปรับตัวขึ้นได้มากนัก เนื่องจากค่าเงินดอลลาร์แข็งค่า
แต่การที่ธนาคารกลางทั่วโลกสะสมทอง และนักลงทุนยังมีความกังวลกับภาวะเศรษฐกิจโลก ทำให้ราคาทองในระยะยาวยังอยู่ในช่วงขาขึ้น อย่างไรก็ตาม ยังไม่แนะนำให้เพิ่มน้ำหนักลงทุน คาดเดือนนี้ราคาทองจะแกว่งในกรอบ 1,650-1,700 ดอลลาร์/ออนซ์
นายประเสริฐ ขนบธรรมชัย รองกรรมการผู้จัดการ บลจ.กสิกรไทย แนวโน้มการลงทุนตลาดหุ้นไทยในเดือนก.พ. คาดว่าจะแกว่งตัวผันผวน แต่บลจ.กสิกรไทยยังมองว่าในระยะยาวตลาดหุ้นไทยอยู่ในช่วงขาขึ้น โดยได้รับปัจจัยบวกจากการขยายตัวอย่างแข่งแกร่งของเศรษฐกิจไทย การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐ รวมทั้งอุตสาหกรรมที่จะได้รับประโยชน์จากการเข้าร่วมประชาคมอาเซียน
กลยุทธ์การลงทุนแนะนำลงทุนในหุ้นที่ได้รับประโยชน์จากการเติบโตดังกล่าว โดยคาดการณ์อัตราการเติบโตของผลกำไรบริษัทจดทะเบียน 20 %
ส่วนกรอบเป้าหมายดัชนีปี 2556 คาดว่าจะอยู่ที่ 1,550-1,600 จุด







