"กอบศักดิ์"ยอมรับแบงก์ชาติเข้าไปแทรกแซงค่าเงิน ฝืนกลไกตลาดยาก แนะภาครัฐบริหารจัดการหนี้ภาครัฐ บรรเทาผลกระทบบาทแข็ง
นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพจำกัด (มหาชน) (BBL)ให้สัมภาษณ์กับ "กรุงเทพธุรกิจทีวี" ในรายการ Morning News ในช่วงเช้าของวันนี้ (25 ม.ค.) ถึงกรณีผู้ประกอบการเรียกร้องให้ทางการเข้าแทรกแซงค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมาว่าคิดว่าคำว่าแทรกแซง หมายความว่าเข้าไปแปรสภาพของความตื่นกลัวให้หมดลงไปตรงการแทรกแซงไม่คิดว่าเป็นมาตรการใหม่อะไร ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ทำอยู่แล้วทุกวัน
"เงินสำรอง 2แสนล้านบาท ที่ขึ้นมาได้จากแต่ก่อนที่เคยมีแค่ประมาณต่ำกว่าหมื่นล้าน ทั้งหมดก็มาจากการ เข้าไปดูแลสภาพของตัวอัตราแลกเปลี่ยนในช่วงต่างๆ เพราะฉะนั้น ผมว่าเป็นเรื่องปกติ ธรรมดาของเขา และเงินที่พูดถึงกันในปัจจุบันก็ไม่ได้เยอะมากนัก อยู่ในวิสัยที่จะเข้าไป ช่วยผ่อนหนักเป็นเบา ลดแรงกดดันกับเรื่องของค่าเงินในบางช่วงได้"
นายกอบศักดิ์ กล่าวว่า มาตรการอื่นที่ทำได้เช่น การลดภาระของผู้ส่งออกบางเรื่อง เช่น บางอันก็จะบังคับเราว่าได้เงินดอลลาร์มาแล้วให้แลกเป็น เงินบาทในระยะเวลาสั้นๆ ผมว่าพวกนั้นก็สามารถที่จะเอามาผ่อนปรนในขณะนี้ได้ อย่า ลืมนะมาตรการหลายอย่างเป็นมาตรการดูแลให้เงินบาทอยู่ในช่วงไม่ให้อ่อนเกินไป แต่ว่าตอนนี้เงินบาทนั้นแข็งโจทย์มันต่างกัน ก็สามารถเอามาช่วยได้ และหลังจากนั้น ผมคิดว่า เรื่องของการที่เราจะคิดกันถึงเรื่องของการซื้อสินค้าจากต่างประเทศ การบริหารจัดการหนี้ ภาครัฐอะไรต่างๆ เหล่านั้น คิดว่าเป็นเรื่องที่เข้ามาเสริมได้ แต่โดยรวมเราฝืนตลาดไม่ได้มาก เราก็พยายามดูแลให้เงินบาทไปกับภูมิภาค
"อยากให้ดูอย่างนี้คือว่าดูเงินริงกิต ปัจจุบันอยู่ที่ 3.05 ปกติเงินบาทจะมีค่าอ่อนกว่าริงกิตเล็กน้อยเท่ากับ 3.05 เราก็ประมาณ 30.70 บาท 30.80 บาท แต่ ณ วันนี้เราแซงเงินริงกิตมาแล้วอยู่ที่ 29 บาท 80 กว่าสตางค์หรือ 60 กว่า สตางค์ ก็คือว่าริงกิตไม่ได้แข็งแต่เราแข็ง อันนี้ถือว่านี่เป็นสิ่งที่เป็นปัญหา และนี่คือสิ่งที่ เรียกร้องจากแบงก์ชาติได้ก็คือว่า ดูให้ค่าเงินบาทอย่าไปล้ำหน้าคู่แข่งของเราทางการค้า มากนัก ผมว่าอันนี้ก็ทำได้ และผมคิดว่าวิธีการทำก็คือใช้มาตรการปกติธรรมดาก็คือ เข้าไป ดูแลผ่อนหนักเป็นเบาในตลาดอัตราแลกเปลี่ยนบ้าง"







