วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

นายกฯเตือนอย่าตื่นบาทแข็ง ยังไม่อันตราย

นายกฯเตือนอย่าตื่นตระหนกค่าเงินบาทแข็งตัว ชี้ยังไม่อยู่ในสัญญานอันตราย รัฐบาลจะมีมาตรการและนำเสนอให้ทราบ

น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการเตรียมการรับมือสถานการณ์ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งช่วงเช้าที่ผ่านมาได้มีการหารือรว่มกับนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และนายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.)ว่า รัฐบาลก็พยายามติดตามสถานการณ์ต่างๆในแต่ละภูมิภาคเนื่องจาก ไทยเป็นห่วงเรื่องผลกระทบจากมาตรการต่างๆที่สหรัฐฯ และญี่ปุ่นออกมาอย่างไรก็ตาม ก็ได้มีการหารือกันว่าให้ทุกหน่วยงานทั้งกระทรวงการคลัง และสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ไปบูรณาการแผนการแนะนำต่างๆ

"ไม่อยากให้ทุกคนตื่นตระหนก เพราะเรามีทางออกอีกหลายทาง และการส่งเสริมการลงทุนในกลุ่มภูมิภาคอาเซียนก็ยังเป็นช่องว่างที่เรายังคงต้องทำเพิ่ม การหารือวันนี้ (23 ม.ค.) ก็เป็นการติดตามสถานการณ์ตามปกติ แต่เราอยากให้มีการเตรียมทางเลือกไว้หลายๆทางเพื่อเป็นทางเลือกให้กับภาคเอกชน กลุ่มผู้ส่งออก ธุรกิจเอสเอ็มอี มีทางเลือกหลายๆทาง อย่างน้อยจะได้มีมีความคล่องตัวและสามารถกระจายช่องทางต่างๆได้" นายกรัฐมนตรี กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่าง ธปท.มีการรายงานสถานการณ์ค่าเงินบาทหรือไม่ว่าจะมีแนวโน้มแข็งค่าขึ้นอีก นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ก็ไม่มาก แต่อนาคตข้างหน้าคงไม่มีใครตอบได้ คงต้องดูในเรื่องของผลกระทบมากกว่า ขณะเดียวกันจนถึงวันนี้ก็ยังไม่ได้อยู่ในสัญญานอันตราย แต่เราเองก็หารือกันว่า ควรจะมีแนวทางในการที่จะเสนอทางเลือกไว้ ทั้งเรื่องการลงทุนบ้าง หรือการวางแผนต่างๆสำหรับภาคเอกชน แต่ทั้งหมดขอร้องว่าอย่าเพิ่งตกใจ เพราะรัฐบาลจะมีวิธีการและนำเสนอให้ทราบอีกครั้ง

เมื่อถามว่าภาคส่งออกจะได้รับผลกระทบอะไรหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ก็ต้องดูแต่คงมีผลกระทบไม่มากนัก แต่เราเองก็ต้องไปศึกษาผลกระทบต่างๆของผู้ส่งออกด้วย เพราะไม่ต้องการให้สถานการณ์ต่างๆไปซ้ำเติมการส่งออก เนื่องจากเท่าที่ติดตามทิศทางขณะนี้มีแนวโน้มดีขึ้นจนถึงขณะนี้ยังไม่มีการร้องเรียนจากกลุ่มผู้ส่งออก วันนี้เป็นเพียงการติดตามสถานการณ์ภายใน แต่ก็จะมีการนัดหารือกับกลุ่มผู้ส่งออกในเร็วๆนี้ เพื่อพูดคุยและเตรียมการในการปรับตัว สำหรับความผันผวนและผบกระทบต่างๆที่เกิดขึ้นในวันนี้ ก็จะมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงไปศึกษา เบื่องต้นได้รับรายงานว่ายังไม่มีผลกระทบมาก