วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ดีลอยท์ลุยธุรกิจที่ปรึกษาบัญชี-ธุรกิจในพม่า

ดีลอยท์จับมือพันธมิตรใหม่ "เมียนมาร์วิกเกอร์" ลุยธุรกิจบริการเต็มรูปแบบทั้งให้คำปรึกษาด้านบัญชีภาษีและให้คำปรึกษาธุรกิจ

นายสุภศักดิ์ กฤษณามระ กรรมการผู้จัดการ ดีลอยท์ประเทศไทย และประธานคณะกรรมการบริหารดีลอยท์เซาท์อีสต์เอเชีย กล่าวถึงแผนการขยายธุรกิจเข้าไปในพม่าของดีลอยท์เซาท์อีสต์เอเชียว่า ภายหลังจากพม่ามีสัญญาณการเปิดประเทศตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาและมีการคาดการณ์แนวโน้มการเติบโตทางเศรษฐกิจที่สูงส่งผลให้ธุรกิจต่างๆจากทั่วโลกหันมาให้ความสนใจและมีแนวโน้มจะเข้ามาลงทุนอีกจำนวนมากรวมทั้งกลุ่มลูกค้าของดีลอยท์จากทุกธุรกิจทั่วโลกเองก็ต่างจับตามองและมีความต้องการขยายธุรกิจไปในประเทศพม่าด้วยเช่นกัน

ทั้งนี้ เพื่อเป็นการสร้างความเชื่อมั่นและสามารถรองรับความต้องการของลูกค้าได้อย่างรวดเร็วดีลอยท์จึงได้ร่วมเป็นพันธมิตรทางธุรกิจกับ บริษัท เมียนมาร์วิกเกอร์ (Myanmar Vigour) ภายใต้การนำของนายโซวิน ผู้ก่อตั้งเมียนมาร์วิกเกอร์นายโซวินมีประสบการณ์กว่า 30 ปีในการให้คำปรึกษาด้านการลงทุนและมีความรู้อย่างลึกซึ้งเกี่ยวกับกฎระเบียบต่างๆของพม่า

บริษัท เมียนมาร์วิกเกอร์ ให้บริการแบบครบวงจรครอบคลุมบริการที่ปรึกษาธุรกิจการจดทะเบียนธุรกิจการควบรวมกิจการการสอบบัญชีและการให้คำแนะนำด้านภาษี แก่บริษัทท้องถิ่นของพม่าและบริษัทข้ามชาติมาตั้งแต่ปี 2546 การเข้าร่วมเป็นพันธมิตรทางธุรกิจกับดีลอยท์ ที่มีความแข็งแกร่งในการดำเนินธุรกิจที่ปรึกษาในกว่า 150 ประเทศทั่วโลก จะทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ความเชี่ยวชาญระหว่างกัน ซึ่งจะเกิดประโยชน์สูงสุดต่อลูกค้าทั้งที่มีอยู่ในประเทศพม่า และลูกค้าใหม่ที่จะเข้าไปดำเนินธุรกิจให้ประสบความสำเร็จ

"ถึงแม้ขณะนี้จะยังไม่มีข้อมูลตัวเลขบริษัทที่เข้าไปลงทุนในพม่าอย่างชัดเจนแต่เราก็เริ่มเห็นภาพการขยับตัวของธุรกิจมากขึ้นโดยเฉพาะการเข้าไปเปิดสาขาของธนาคารหลายแห่งเพื่ออำนวยความสะดวกด้านธุรกรรมการเงินอย่างไรก็ตาม สิ่งที่พม่ายังไม่พร้อมก็ยังคงมีอยู่โดยเฉพาะเรื่องกฎหมายและกฎระเบียบต่างๆสำหรับการดำเนินธุรกิจโดยเฉพาะการบริหารจัดการบริษัทจากต่างชาติที่เข้าไปในพม่าการให้คำปรึกษาของบริษัทที่ปรึกษามืออาชีพจะทำให้ลูกค้าลดความเสี่ยงและเกิดความเชื่อมั่นในการลงทุนในพม่ามากยิ่งขึ้น"นายสุภศักดิ์กล่าว


ดีลอยท์เล็งเห็นถึงศักยภาพของตลาดในเอเชีย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งเป็นตลาดสำคัญตลาดหนึ่ง การขยายขอบเขตการให้บริการในพม่าจะถือเป็นความร่วมมือประเทศที่9 ภายหลังจากได้มีการรวมตัวเป็นดีลอยท์เซาท์อีสต์เอเชียเมื่อ7 ปีที่ผ่านมา ซึ่งมีสำนักงานอยู่ที่ 8 ประเทศได้แก่ บรูไน กวม อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงค์โปร ประเทศไทย และเวียตนาม โดยในปีที่ผ่านมาดีลอยท์เซาท์อีสต์เอเชียถือว่ามีบทบาทสำคัญที่ทำให้รายได้รวมของภูมิภาคเอเชียมีการเติบโตสูงสุดติดต่อกันเป็นปีที่ 8