กระทรวงเกษตรฯสำรวจปริมาณการใช้น้ำมัน เล็งใช้บี100 ในภาคเกษตร หลังสต็อกน้ำมันปาล์มล้นอีก ขณะที่โรงสกัดหยุดรับซื้อ หวั่นราคาในประเทศสูงเกิน
นายยุคล ลิ้มแหลมทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่าให้มีการสำรวจปริมาณการใช้น้ำมันในภาคเกษตรที่มีอยู่ในปัจจุบัน เพื่อนำน้ำมัน ไบโอดีเซล บี100 ทดแทนน้ำมันม่วงของกรมประมง และแทนการใช้ดีเซลในเครื่องจักรด้านการเกษตร โดยหวังว่าจะเป็นวิธีที่สามารถดึงน้ำมันปาล์มออกจากสต็อกที่มีมากถึง 3.7 แสนตัน และในเดือนมี.ค.-เม.ย. 2556 จะมีผลผลิตปาล์มดิบออกสู่ตลาดอีก เบื้องต้น สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) มีการศึกษาการใช้ บี100 ในเครื่องจักรการเกษตรแล้ว ยืนยันว่าใช้ได้ไม่มีปัญหากับเครื่องยนต์
"ยอมรับว่ากังวลเรื่องผลผลิตปาล์มที่กำลังจะออกมารอบใหม่ สมทบกับสต็อกเดิมที่มีเกือบ 4 แสนตัน ถือเป็นสต็อกที่สูงมาก ดังนั้นหากสามารถเปลี่ยนจากการใช้น้ำมันดีเซลเป็น บี100 ในภาคเกษตร จะช่วยลดต้นทุนได้ โดยขณะนี้ดีเซลราคา 30 บาทต่อลิตร บี100 ราคา 28 บาทต่อลิตร ดังนั้นนอกจากระบายสต็อกน้ำมันปาล์มได้ ต้นทุนด้านการเกษตรยังลดลงด้วย"นายยุคล กล่าว
นายอภิชาต จงสกุล เลขาธิการสำนักงาน สศก. กล่าวว่า ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายและมาตรการช่วยเหลือเกษตรกร (คชก.) สัปดาห์ก่อน อนุมัติงบประมาณ 1,300 ล้านบาท ให้ องค์การคลังสินค้า (อคส.) เพื่อรับซื้อปาล์มน้ำมันจากระบบ อีก 10,000 ตัน จากเดิมที่อนุมัติให้ซื้อตามมติคณะกรรมการนโยบายปาล์มน้ำมันแห่งชาติ (กนป.) จำนวน 50,000 ตัน ทั้งนี้เพื่อพยุงไม่ให้ราคาปาล์มน้ำมันตกต่ำลง
รายงานข่าวแจ้งว่า ขณะนี้โรงสกัดรายใหญ่ๆ หยุดซื้อปาล์มน้ำมัน เพราะไม่แน่ใจในนโยบายของรัฐบาลที่ประกาศรับซื้อที่กิโลกรัมละ 4 บาท เพราะหากซื้ออย่างต่อเนื่อง เมื่อราคาในตลาดโลกมีแนวโน้มลดลงตามผลผลิตใหม่ที่กำลังจะออกสู่ตลาด สต็อกน้ำมันปาล์มของไทยจะไม่สามารถระบายได้ ส่วนแนวทางที่เคยเสนอให้กระทรวงพลังงานนำไปผลิตเป็น บี 7 นั้น มีความชัดเจนแล้วว่าไม่สามารถดำเนินการได้ เพราะค่ายรถยนต์ต่างปฏิเสธที่จะใช้บี7







