วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

สวอตซ์ซื้อแบรนด์เครื่องเพชรหรู 'แฮร์รี่ วินสตัน'

‘สวอตซ์ กรุ๊ป’ ทุ่มเงินกว่า 750 ล้านดอลลาร์เพื่อเข้าซื้อแบรนด์เครื่องเพชรหรูหราอย่าง ‘แฮร์รี่ วินสตัน’

บริษัทสวอตซ์ อยู่ระหว่างการรอคอยคำอนุญาตจากทางการ ในการควบรวมกิจการของแฮร์รี่ วินสตัน โดยผู้ผลิตเครื่องเพชรเก่าแก่แห่งนี้ คือ แบรนด์ซึ่งได้รับความนิยมในหมู่ลูกค้าผู้ร่ำรวยในย่านฮอลลีวูดของสหรัฐ และเคยถูกกล่าวถึงโดยไอคอนแฟชั่นอย่าง ‘มาริลิน มอนโร’ ในภาพยนตร์

สวอตซ์ ซึ่งตลอด 30 ปีที่ผ่านมา สามารถปรับปรุงบริษัทจนกลายเป็นผู้ผลิตนาฬิกาหรูระดับโลก มุ่งมั่นที่จะใช้แบรนด์แฮร์รี่ วินสตันในการขยายขอบเขตความสามารถของบริษัท เพื่อเจาะกลุ่มตลาดเครื่องเพชรราคาแพง โดยในช่วงนี้ ตลาดเครื่องเพชรเติบโตขึ้น เนื่องจากชาวเอเชียสนใจของแบรนด์เครื่องประดับไฮเอนด์ต่างๆจากชาติตะวันตกเพิ่มมากขึ้น

สวอตซ์ เป็นผู้ผลิตนาฬิการายใหญ่ที่สุดในโลกในแง่ของยอดขาย โดยปัจจุบันบริษัทเป็นเจ้าของหลายแบรนด์ รวมถึง”โอเมก้า” และ”ทิสโซต์” ทั้งนี้แบรนด์นาฬิการาคาแพงภายใต้การดูแลของบริษัท อาทิเช่น บลองแปง (Blancpain) และเบรเกต์ (Breguet) สามารถขายได้เรือนละกว่า 300,000 ดอลลาร์ขึ้นไป

ประวัติศาสตร์ ซึ่งมีความเก่าแก่ของ ‘แฮร์รี่ วินสตัน’จะสามารถช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์ของบริษัทสวอตซ์ โดยหนึ่งในนาฬิกาอันโด่งดังของแฮร์รี่ วิสตัน คือรุ่น ‘Histoire de Tourbillon 2’ (ฮิสตัวร์ เดอ ตูร์บิลอง 2) ซึ่งมีราคาจำหน่ายอยู่ที่มากกว่า 600,000 ดอลลาร์

ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหารและทายาทรุ่นที่ 2 ของบริษัทสวอตซ์ “นิค ไฮยาค” กล่าวว่า “สิ่งที่ขาดหายไปของบริษัทสวอตซ์คือ แบรนด์ซึ่งมีประวัติศาสตร์ยาวนานในการรังสรรค์เครื่องเพชร และแบรนด์แฮร์รี่ วินสตัน จะส่งเสริมภาพลักษณ์ของสวอตซ์ในตลาด”

การลงนามเข้าซื้อแบรนด์แฮร์รี่ วินสตันของสวอตซ์ กรุ๊ป ส่งผลให้หุ้นของบริษัทเพิ่มขึ้น 4.2% คิดเป็นราคาต่อหนึ่งหุ้นที่ 561.55 ดอลลาร์ หลังปิดการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ซูริคเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา

ภายใต้ข้อตกลงระหว่างสวอตซ์และแฮร์รี่ วินสตัน บริษัทจะเข้าครอบครองกิจการทุกรายการของผู้ผลิตเครื่องประดับราคาแพง ‘เอชเอ็มโฮลดิ้ง อิงค์’ ซึ่งมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่มหานครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา

แฮร์รี่ วินสตันมีโรงงานผลิตเครื่องเพชรในเมืองเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์และจ้างพนักงานทั้งหมด 535 คน นอกจากนี้ บริษัทสวอตซ์ยังต้องแบกรับภาระหนี้มูลค่า 250 ล้านดอลลาร์ของแฮร์รี่ วินสตันอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม ข้อตกลงดังกล่าวไม่รวมถึงกิจการด้านเหมืองเพชรของบริษัทในเครืออย่าง ‘แฮร์รี่ วินสตัน ไดมอนด์ คอร์ป’ โดยบริษัทแฮร์รี่ วินสตัน ไดมอนด์ คอร์ป จะเปลี่ยนชื่อของบริษัทเป็น ‘โดมิเนียน ไดมอนด์ คอร์ป’ หลังจากการเข้าซื้อบริษัทของสวอตซ์โอนย้ายเสร็จสิ้น ทั้งนี้ แฮร์รี่ วินสตัน ไดมอนด์ คอร์ปยังคงเป็นซัพพลายเออร์สำคัญในการจัดส่งเพชรให้แก่สวอตซ์ต่อไป