'ค่าแรง300'นาทีทองผู้ประกอบการโกยยอด'ครึ่งปีแรก'

'ค่าแรง300'นาทีทองผู้ประกอบการโกยยอด'ครึ่งปีแรก'

วันที่ 1 มกราคม 2556 เป็นวันที่นโยบายปรับขึ้นค่าแรง 300 บาท จะมีผลบังคับใช้กับจังหวัดที่เหลืออีก 70 จังหวัด หลังจากเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านม

รัฐบาลนำร่องขึ้นค่าแรงไปแล้วใน 7 จังหวัด โดยส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑล ส่งผลให้ผู้บริโภคมีกำลังซื้อเพิ่มขึ้นไปแล้ว 30-40% เช่นเดียวกับต้นทุนของผู้ประกอบการในภาคธุรกิจต่างๆ ที่ปรับตัวสูงขึ้นควบคู่ไปด้วย

สิ่งที่น่าจับตามองคือ "กำลังซื้อ" ที่เพิ่มมากขึ้นของประชาชนฐานราก (grassroot) โดยเฉพาะในต่างจังหวัดว่าจะดันยอดขายสินค้าได้มากน้อยแค่ไหน โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้า "เครื่องใช้ไฟฟ้า" โดยผู้บริหารซิงเกอร์มองว่า "ครึ่งปีแรก" จะเป็นโอกาสทองของ "ผู้ค้า" ที่ต้องเร่งฉวยโอกาส

"บุญยง ตันสกุล" กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซิงเกอร์ประเทศไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SINGER สิงห์ภูธ ผู้คร่ำหวอดในการทำตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้า และค้าปลีกในต่างจังหวัด ประเมินแนวโน้มกำลังซื้อของผู้บริโภคในตลาดระดับท้องถิ่นว่า ครึ่งปีแรกของปีนี้ตลาดจะคึกคักมาก เพราะเมื่อประชาชนมีรายได้เพิ่ม 30-40% หรือจากเดิมมีรายได้ต่อวันระดับ 270 บาท ขยับมาเป็น 300 บาทต่อวัน ย่อมกระตุ้นให้การจับจ่ายใช้สอยคึกคักมากขึ้น

นอกจากนโยบายการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำแล้ว โครงการรับจำนำข้าว 15,000 บาทต่อตัน ยังส่งผลให้เกษตรมีรายได้สูงขึ้นมาก จากที่เคยขายข้าวได้ในราคา 7,000-8,000 บาทต่อตัน วันนี้เงินในกระเป๋าเพิ่มมากขึ้น ทำให้หลายจังหวัดหันมาปลูกข้าวกันเป็นจำนวนมาก

“ปีที่แล้วขึ้นค่าแรงขั้นต่ำใน 7 จังหวัด ทำให้กำลังซื้อในกรุงเทพฯและปริมณฑลเพิ่มขึ้นไปแล้ว ปีนี้เป็นจังหวะของกำลังซื้อในต่างจังหวัดจะปรับตัวดีบ้าง แต่คงเป็นระยะสั้น 6 เดือนแรกซึ่งจะดีมาก จากการขึ้นค่าแรง 300 บาทต่อวัน และนโยบายรับจำนำข้าว ที่คาดการณ์ว่าการจับจ่ายใช้สอยของผู้บริโภคจะคึกคักในช่วงสั้นๆ 6 เดือนแรกก่อน หลังจากนั้นต้องมาประเมินสถานการณ์กำลังซื้อกันอีกครั้ง” บุญยง ระบุ

จากสัญญาณบวกดังกล่าว ทำให้ผู้ประกอบการค้าปลีก และเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างตบเท้าเข้าไปบุกตลาดต่างจังหวัดมากขึ้น โดยที่ผ่านมาจะเห็นว่ามีศูนย์การค้าเปิดสาขาในหัวเมืองใหญ่ๆเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่พฤติกรรมผู้บริโภคก็ยิ้มรับการชอปปิ้งมากขึ้น บางร้านค้าเกิดปรากฏการณ์ "เข้าคิว" เพื่อซื้อสินค้าและบริการภายในศูนย์การค้า กันแล้ว

ขณะเดียวกัน ตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าก็ขยายตัวเพิ่มขึ้น เพราะเทรนด์การใช้สินค้าบางรายการเปลี่ยนแปลงไปมาก โดยเฉพาะการเปลี่ยนพฤติกรรมการดูทีวีจากจอแก้ว (ซีอาร์ที) มาเป็นจอแอลซีดี และแอลอีดี ทีวีมากขึ้น แต่ปัจจัยบวกที่สำคัญที่จะทำให้ตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าหมวดภาพและเสียง (เอวี) เติบโตจะมาจากเทคโนโลยี 3G ธุรกิจทีวีดาวเทียว และเคเบิ้ลทีวี ที่จะเข้ามาเป็นจุดเปลี่ยน เพราะเทคโนโลยีใหม่ๆจะช่วยให้การรับชมรายการโทรทัศน์มีความหลากหลายทั้งจำนวนช่อง คอนเทนต์ และความคมชัด ยกตัวอย่าง เคเบิ้ลทีวี ที่มีออกอากาศที่มีความคมชัดสูง(เอชดี)ทำให้คนดูมีชื่นชอบ ส่วนตัวแปรคอนเทนต์ก็คือซีทีเอช ได้สิทธิ์ถ่ายทอดฟุตบอลพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ เข้าถึงประชาชนฐานรากมากขึ้น

“ปีนี้ตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าคาดว่าจะเติบโตสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยเฉพาะทีวี เพราะปัจจุบันแพลตฟอร์มของธุรกิจสื่อมีการเปลี่ยนแปลงไปมากจากเดิมต้องดูทีวีผ่านเสาก้างปลา คอนเทนต์เปลี่ยน ราคาแพ็คเกจก็ลดลง ทำให้เข้าถึงต่างจังหวัดมากขึ้น ยิ่งมีเทคโนโลยี3 จีเกิด จะช่วยทำให้ไวไฟ อินเตอร์เน็ตครอบคลุมต่างจังหวัด และช่วยกระตุ้นตลาดสมาร์ททีวีได้ด้วย” บุญยง กล่าว

ขณะที่แผนธุรกิจของซิงเกอร์ปีนี้จะปรับด้วยการรุกตลาด "แอลอีดีทีวี" มากขึ้น ด้วยการเพิ่มไลน์สินค้าใหม่ๆ ที่มีขนาดเล็กลงเป็น 24-50นิ้ว เพื่อให้สอดคล้องกับกำลังซื้อและความสามารถในการผ่อนชำระของกลุ่มเป้าหมายด้วย จากที่ผ่านมาบริษัทมีทีวีขนาด 32-42 นิ้ว แต่ผู้บริโภคมองว่าราคาสูงเกินไป โดยสินค้าใหม่จะเปิดตัวในไตรมาสแรก

ทั้งนี้ คาดว่าตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าโดยรวมจะเติบโตไม่ต่ำกว่า 20% โดยสินค้ากลุ่มเครื่องซักผ้า ตู้เย็น ก็ยังเติบโตต่อเนื่องแม้จะไม่ใช่ไฮไลท์เหมือนทีวี เช่นเดียวกับเครื่องปรับอากาศที่ยังโตได้ เพราะแนวโน้มสภาพอากาศในประเทศไทยอุณภูมิสูงและร้อนขึ้นทุกปี ทำให้เกิดความต้องการและพฤติกรรมการใช้เครื่องปรับอากาศเพิ่ม กลายเป็นสิ่งจำเป็น และเมื่อผู้บริโภคมีเงินมากขึ้นก็ซื้อสินค้าเหล่านี้เพิ่มตามไปด้วย

โดยในปี 2556 ซิงเกอร์ยังเตรียมงบลงทุน 200 ล้านบาท เพื่อขยายสาขาร้านซิงเกอร์เพิ่มอีก 10 แห่ง จากปัจจุบันมีอยู่ 200 แห่ง และบริษัทจะเน้นทำตลาดสินค้าในเชิงพาณิชย์มากขึ้น เช่น ตู้แช่ เพื่อเพิ่มสัดส่วนรายได้เป็น 45% จากปัจจุบันอยู่ที่ 35% อีก 65% เป็นสินค้าในครัวเรือนและจักรเย็บผ้า ขณะที่ภาพรวมรายได้ปี 2556 ตั้งเป้าเติบโตไม่ต่ำกว่า 20% จากปีนี้ที่คาดการณ์รายได้ทะลุ 2,500 ล้านบาท จากปีก่อนมีรายได้กว่า 2,300 ล้านบาท และมีสัดส่วนยอดขายจากต่างจังหวัดถึง95%มีบัญชีลูกหนี้ที่เป็นเครือข่ายช่วยขายถึง3 หมื่นหมู่บ้าน

บุญยง ยังทิ้งท้ายว่า ค่าแรง 300 บาท ทำให้เงินในกระเป๋าผู้บริโภคเพิ่มขึ้นก็จริง แต่ต้องไม่ลืมว่า...ราคาสินค้าอย่างเครื่องใช้ไฟฟ้าก็คงขยับขึ้นเช่นกันราว 3-5%