วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

AI - ซื้อ

แนะนำ “ซื้อ” จากการเติบโตของผลประกอบการต่อเนื่อง

คาดอัตรากำไรขั้นต้นเพิ่ม จากต้นทุนที่ลดลงหลังเปิดโรงงานใหม่

เรามีมุมมองเชิงบวกต่อผลประกอบการ 4Q55 – 2556 โดยเฉพาะโรงงานผลิตลูกถ้วยไฟฟ้าแห่งใหม่ที่เริ่มดำเนินการผลิตเชิงพาณิชย์ใน 3Q55 ที่ผ่านมา จะมารับรู้รายได้เต็มตั้งแต่ 4Q55 และเต็มปีในปี 2556 โดยโรงงานแห่งใหม่จะสามารถลดจำนวนชั่วโมงในการผลิตลูกถ้วย ซึ่งจะทำให้บริษัทมีต้นทุนเชื้อเพลิงที่ใช้ในการผลิตลดลงด้วยเช่นกัน เราคาดว่าอัตรากำไรขั้นต้นจะเพิ่มขึ้นจาก 12.6% ในปี 2555 เป็น 13.5% ในปี 2556

ปรับวิธีการดำเนินธุรกิจ Bio-Diesel ลดความเสี่ยง Stock Loss ในระยะยาว

ที่ผ่านมาบริษัทมีผลประกอบการผันผวนสูง ส่วนหนึ่งมาจากการรับรู้ Stock Loss จำนวนมากในกลุ่มธุรกิจ Bio-Diesel แม้บริษัทจะมีการปรับกลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจ มาเป็นการรับจ้างกลั่น Bio-Diesel แทน และมีการลดปริมาณสำรองเหลือเพียง 10 วัน แต่ยังเป็นเรื่องยากที่เราคาดการณ์ผลกระทบจากปัจจัยลบดังกล่าว ทำให้เราประเมินกำไรจากธุรกิจ Bio-Diesel ในปี 2556 อย่าง Conservative ไว้ที่ 40 ล้านบาท ลดลง 11% YoY (ไม่รวมผลกระทบจาก Stock Loss หากราคาน้ำมันปาล์มดิบมีการปรับตัวลดลง) โดยสัดส่วนกำไรจากธุรกิจ Bio-Diesel คิดเป็น 11% ของกำไรสุทธิรวมทุกธุรกิจ

คาดว่ากำไรสุทธิปี 2556 เติบโต 31%YoY

กำไรสุทธิ 9M55 ที่บริษัทประกาศก่อนหน้านี้อยู่ที่ 201 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 582%YoY คิดเป็น 70% ของประมาณการกำไรสุทธิปี 2555 ที่คาดไว้ที่ 289 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 728%YoY ขณะที่เราคาดว่ายอดขายลูกถ้วยไฟฟ้าและงานก่อสร้างสถานีไฟฟ้าย่อยจะยังคงเติบโตต่อเนื่อง ตามความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ประสิทธิภาพของการบริหารต้นทุนที่เพิ่มขึ้นจะเป็นปัจจัยบวกต่อผลประกอบการในปี 2556 เราคาดว่าบริษัทจะมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 378 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 31%YoY

แนะนำ “ซื้อ” จากมุมมองเชิงบวกที่มีต่อผลประกอบการ

เราเริ่มต้นด้วยคำแนะนำ “ซื้อ” สำหรับ AI โดยเราประเมินมูลค่าเหมาะสมไว้ที่ 7.95 บาท คำนวณจากวิธี Theoretical PER ที่ 10.5 เท่า ราคาหุ้นยังมี Upside Gain ประมาณ 13% เมื่อเทียบกับราคาปิดล่าสุด อย่างไรก็ตามเรามีโอกาสปรับประมาณการในอนาคตเพิ่มเนื่องจากบริษัทอยู่ระหว่างการยื่นซองประมูลงานวิศวกรรมไฟฟ้า เบื้องต้นเราประเมินว่าหากบริษัทสามารถชนะประมูลได้ตามกรอบที่บริษัทคาดหมายไว้ จะทำให้มูลค่าเหมาะสมเพิ่มขึ้นเป็น 8.4 – 8.7 บาท